วันนี้ผมไปเยี่ยมพี่ชายที่ห้วยขวาง พอตอนขากลับ ผมไปแวะอาจารย์สอนขับรถที่อยู่แถวพระราม 9 ออกไปทางบิ๊ก ซี รามคำแหง ไม่รู้เหมือนกันว่าเขาเรียกเส้นนี้ว่าอะไร เผอิญว่าอาจารย์ที่ไปหา เขาเป็นช่าวรถรถ เขาเลยเอาน้ำมันเครื่องมาราดตรงที่มันเป็นรอยผุกร่อนใต้แบตเตอรรี่
แกก็อธิบายประมาณว่าต้องเอาน้ำมันเครื่องหรือน้ำมันจักรอาบตรงที่จะเป็นสนิมไว้ เพื่อไม่ให้สนิมมันก่อตัวได้ง่ายขึ้น นอกนั้นก็มีอีกเยอะแยะ แต่ผมก็รับมาได้ไม่หมดหรอก จำได้บ้าง ไม่ได้บ้างเพราะผมค่อยไม่ใความรู้เรื่องรถ เรื่องเครื่องยนต์รถเลยสักนิด ประมาณว่ามีหน้าที่ขับก็ขับไปวัน ๆ เท่านั้นเอง :P ถ้าถึงวันที่จะต้องเอารถเข้าศูนย์ ผมก็จะโทรไปหาศูนย์บอกจะรถเข้าเช็คระยะ ก็เท่านั้น ใจจริงแล้ว ผมก็อยากศึกษารายละเอียดเรื่องรถราบ้างแต่มันก็ทำใจไม่ได้สักที จะได้รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับรถของเราบ้าง ถ้าจะต้องเข้าซ่อม ต้องซ่อมตรงไหน เพราะไม่งั้นอาจจะโดนช่างหลอกเอาได้ เอออ.. รู้ไว้ใช่ว่าครับ
จากนี้ไป ผมคงต้องหมั่นเปิดกระโปรงหน้ารถดูว่าอาการจะดีขึ้นหรือเปล่า ถ้าไม่ไหวจริง ๆ ก็ต้องเสียตังค์พ่นสีกันใหม่แหละ
วันอาทิตย์ที่ 13 กันยายน พ.ศ. 2552
วันพฤหัสบดีที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2552
เย็นนี้ฝนตกหนักมากเลย
เย็นนี้ ผมออกจากที่ทำานประมาณ 6.45 น ก่อนลงจากออฟฟิซ ผมก็ชะเง้อมองทางหน้าต่างไปดูที่ถนนสาทร ก็รู้แล้วว่ารถติด แต่มันต้องลงแล้ว ไม่อยากรอ เพราะยังก็ไม่นอนที่ออฟฟิซแน่ ๆ
พอผมลงมาก็ติดจริง ๆ ผมเลยขอแซะออกเพื่อจะกลับรถเข้าสวนพลูขึ้นทางด่วน น่าจะดีกว่า นี้ แต่กว่าจะออกจากออฟฟิซก้ไม่เวลหลายนาทีอยู่ อาศัยเบียดมาเรื่อย ๆ ไม่ใให้ก็ไม่ได้ไปอยู่ดี เพราะข้างหน้ามันติด ตำรวจก็เปิดไฟเขียวแค่ 2-3 คันเท่านั้นเอง เพราะถ้าเยอะกว่านั้น รถก็เข้าพระราม 4 ไม่ได้เหมือนกัน !!
หลังจากที่ผมกลับรถได้ ก็ชะแว๊บเข้าสวนพลู ก็มีบ้างที่ชะลอ เสียเวลาตอนที่มีคนข้ามถนน เดินแบบอยากลงมาก็ลง รถเลยต้องหยุดอย่างเดียว พอพ้นจากตลาดมาก็วิ่งฉิวเลย ผมก็นึกว่ามันจะติดตลอดซอยซะอีก
ผมมาเสียเวลาอีกช่วงก็ตอนรอขึ้นทางด่วน ซึ่งตอนแรกก็กะจะเปลี่ยนใจวิ่งเข้าสุนทรโกษา แต่ไม่เอาดีกว่า รถคงเยอะอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาเปิดช่องเก็บตังค์แค่ 3 ช่อง ผมรถวิ่งมากันเป็นพรวนเพื่อรอขึ้นทางด่วนอ่ะ เอออ.. แล้วเจ้าหน้าที่หายไปไหนกันหมด ไม่มาทำงาน เปิดเยอะๆ ไว้สิ วันนี้ผนตก คนต้องหนีขึ้นทางด่วนอยู่แล้ว รู้มั้ยครับ ?!?!
ตั้งแต่ขับรถมานะ ผมคิดว่าคงเป็นวันนี้แหละที่เจอฝนตกหนักที่สุด โดยเฉพาะตอนที่จ่ายค่าผ่านทางขึ้นทางด่วนแล้ว ขนาดผมใช้ที่ปัดน้ำฝนเบอร์ 3 (น่าจะสุดท้ายแล้วมั้ง ? ) ยังเอาไม่อยู่ แต่ว่าสงสารที่ปัดน้ำฝนมันปัดไปมายังไม่รู้ ปัดแบบแปลก ๆ อีกอย่างกลัวว่ามันจะพังด้วย ดูเหมือนไม่ค่อยรื่นดีเหมือนเบอร์ต่ำ ๆ ลงมาซะอีก ก็เลยปรับมาที่เบอร์ 2 แทน ค่อยรื่นหูรื่นตาหน่อย รถมันเยอะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซิ่งอะไรหรอก
ผมอยากจะฝากบอกคนที่ขับรถแล้วชอบเปิดไฟฉุกเฉินขณะที่ฝนตกหนักว่าอย่าทำอีกเลย มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก แต่มันจะพลอยทำให้คุณโดนชนได้ง่ายขึ้นเดิมซะอีก ลองคิดดูว่าเวลาคุณจะเปลี่ยนเลนหรือคนอื่นเขาเปลี่ยนเลนแล้วมาเจอรถของคุณที่เปิดไฟกระพริบทั้งสอง บอกเลยว่า เขางงแน่ ๆ ครับ "จะเอายังไงดี ตกลงว่ารถคันนี้จะออกซ้ายออกขวากันแน่ หรือแค่วิ่งฉุกเฉินตรงกลางเฉย ๆ" ช่วงชะลอคิดนี่แหละ ถ้ามีรถซิ่งตาม ๆ กันมาจะ สะดุดกันทั้งยวง
เอาง่าย ๆ สมมติว่าคันที่ตามหลังคุณมาอยากจะแซงคุณมั่ง แค่นี้เขาก็เดาไม่ออกแล้วว่าจะแซงซ้ายหรือแซงขวาดี ยิ่งถ้าเกิดว่าคุณอยากแซงคันที่อยู่ข้างหน้าของคุณพร้อมคันที่อยู่ข้างหลังคุณอีกที รับรองงานเข้าแน่ ๆ ครับ เพราะคุณใช้ไฟเลี้ยวไปแล้วทั้งสองดวง คุณจะบอกว่า คุณตีไฟเลี้ยวนะไม่ได้ เพราะไฟของกระพริบทั้งสองดวงพร้อมกัน ใครจะรู้ว่าคุณจะออกซ้ายหรือขวาล่ะ
ถ้าคุณอยู่ในสถานะการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ ผมแนะนำให้จอดรถไปเลยแล้วโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ก็วิ่งช้าในเลนซ้ายสุด อย่าวิ่ง/ซิ่งในช่องขวาสุดหรือเลนกลางด้วยไฟฉุกเฉิน ยกเว้นวิ่งตามรถตำรวนะ :) เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา บอกตรง ๆ ว่า ไม่คุ้มหรอกครับ แค่เปิดไฟธรรมดาก็ช่ วยแล้ว
เอาล่ะ มาต่อเรื่องของผมต่อดีกว่า .. ตอนแรกว่าจะลงที่อาจณรงค์แล้วค่อยเข้ารถไฟสายเก่า แต่คงไม่สะดวกแน่ เพราะช่วงเวลานี้ รถคงไม่ต่างแถมถนนไม่ดีอีกต่างหาก คงไม่กล้าเข้าเสี่ยงแบบนั้น ไปลงสุขุมวิท 62 น่าจะดีกว่ามั้ย ??
ผมตัดสินใจไปลงสุขุมวิท 62 แต่พอลงไปก็สังเกตว่าน้ำมันไหลตามถนนเยอะมาก พอจะออกปากซอย เจอเลยครับ น้ำนี้ล้นขอบถนน แถมมีรถเมล์เพิ่งจะเปลี่ยนเลนเข้าไปอยู่ตรงกลางอีก จะเอาไงดีหว่า จะลองเข้าไปเลยมั้ย หรือว่าจะรอให้รถเมลไปก่อนดี คิดไปคิดมา เอาว่ะ ลองดูสักตั้ง ถนนมันเป็นเส้นตรงนี่นา ตรงนี้เราววิ่งได้ ข้างหน้าก็ต้องผ่านได้เหมือนกัน ...
และแล้ว ผมก็ผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียด ไม่มีอาการสะดุดอะไร ไม่เบียดขอบเลยสักนิด ไม่เบียดรถเมล์ เออ.. ดีแล้วล่ะ อย่าให้เจอแบบนี้อีกล่ะกัน
หลังจากนั้น ก็มาเสียเวลาอีกแล้วตอนจะกลับรถได้สะพานพระโขนง รู้ทั้งรู้ว่าตรงมันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ทำไมเขาไม่หาทางแก้กันสักทีนะ ผมเห็นจอดรอกลับรถกันแบบซ้อนสองซ้อนสาม ล้ำเส้นไปถึงกลางถนนโน้น เลยทำให้รถทางตรงเสียช่องจราจรไปหนึ่งช่อง คนที่อยู่ในช่องกลับรถก็จะพยายามเบียดคันข้างหน้าไว้ให้ชิดที่สุด ประมาณว่าอย่าเข้ามานะ ๆ ฉันไม่ไห้หรอก ผมเห็นแบบนี้ทุกวัน วันไหนที่ผมกลับบ้านเร็วผมจะเลี่ยงไปออกสุขุมวิท 42 แทน แล้ววิ่งตรงมาเรื่อย ๆ ไม่อยากมาแย่งที่กลับรถตรงนี้จริง ๆ มันกดดัน มันเสียวกว่าวิ่งหรือซิ่งทางตรงซะอีก
สรุปผมถึงบ้านเกือบ 3 ทุ่ม ทางเข้าบ้าน เจอน้ำท่วมออกมาอีก ตอนแรกนึกว่าไฟแถวนั้นดับซะอีก เห็นมืด ๆ เงียบ ๆ ยังไง่ก็ไม่รู้ ..
ก่อนดับเครื่อง ผมก็เลยเร่งเครื่อง 2-3 ทีและเยียบเบรคย้ำ ๆ ไปด้วย เคยอ่านเจอเวลาขับรถลุยน้ำมาให้ทำแบบนี้ เพื่อไล่น้ำไล่ความชื้นออกจากเครื่องให้พอเป็นพิธีว่างั้นเถอะ .. :)
พอผมลงมาก็ติดจริง ๆ ผมเลยขอแซะออกเพื่อจะกลับรถเข้าสวนพลูขึ้นทางด่วน น่าจะดีกว่า นี้ แต่กว่าจะออกจากออฟฟิซก้ไม่เวลหลายนาทีอยู่ อาศัยเบียดมาเรื่อย ๆ ไม่ใให้ก็ไม่ได้ไปอยู่ดี เพราะข้างหน้ามันติด ตำรวจก็เปิดไฟเขียวแค่ 2-3 คันเท่านั้นเอง เพราะถ้าเยอะกว่านั้น รถก็เข้าพระราม 4 ไม่ได้เหมือนกัน !!
หลังจากที่ผมกลับรถได้ ก็ชะแว๊บเข้าสวนพลู ก็มีบ้างที่ชะลอ เสียเวลาตอนที่มีคนข้ามถนน เดินแบบอยากลงมาก็ลง รถเลยต้องหยุดอย่างเดียว พอพ้นจากตลาดมาก็วิ่งฉิวเลย ผมก็นึกว่ามันจะติดตลอดซอยซะอีก
ผมมาเสียเวลาอีกช่วงก็ตอนรอขึ้นทางด่วน ซึ่งตอนแรกก็กะจะเปลี่ยนใจวิ่งเข้าสุนทรโกษา แต่ไม่เอาดีกว่า รถคงเยอะอยู่แล้ว แต่ทำไมเขาเปิดช่องเก็บตังค์แค่ 3 ช่อง ผมรถวิ่งมากันเป็นพรวนเพื่อรอขึ้นทางด่วนอ่ะ เอออ.. แล้วเจ้าหน้าที่หายไปไหนกันหมด ไม่มาทำงาน เปิดเยอะๆ ไว้สิ วันนี้ผนตก คนต้องหนีขึ้นทางด่วนอยู่แล้ว รู้มั้ยครับ ?!?!
ตั้งแต่ขับรถมานะ ผมคิดว่าคงเป็นวันนี้แหละที่เจอฝนตกหนักที่สุด โดยเฉพาะตอนที่จ่ายค่าผ่านทางขึ้นทางด่วนแล้ว ขนาดผมใช้ที่ปัดน้ำฝนเบอร์ 3 (น่าจะสุดท้ายแล้วมั้ง ? ) ยังเอาไม่อยู่ แต่ว่าสงสารที่ปัดน้ำฝนมันปัดไปมายังไม่รู้ ปัดแบบแปลก ๆ อีกอย่างกลัวว่ามันจะพังด้วย ดูเหมือนไม่ค่อยรื่นดีเหมือนเบอร์ต่ำ ๆ ลงมาซะอีก ก็เลยปรับมาที่เบอร์ 2 แทน ค่อยรื่นหูรื่นตาหน่อย รถมันเยอะอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องซิ่งอะไรหรอก
ผมอยากจะฝากบอกคนที่ขับรถแล้วชอบเปิดไฟฉุกเฉินขณะที่ฝนตกหนักว่าอย่าทำอีกเลย มันไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นหรอก แต่มันจะพลอยทำให้คุณโดนชนได้ง่ายขึ้นเดิมซะอีก ลองคิดดูว่าเวลาคุณจะเปลี่ยนเลนหรือคนอื่นเขาเปลี่ยนเลนแล้วมาเจอรถของคุณที่เปิดไฟกระพริบทั้งสอง บอกเลยว่า เขางงแน่ ๆ ครับ "จะเอายังไงดี ตกลงว่ารถคันนี้จะออกซ้ายออกขวากันแน่ หรือแค่วิ่งฉุกเฉินตรงกลางเฉย ๆ" ช่วงชะลอคิดนี่แหละ ถ้ามีรถซิ่งตาม ๆ กันมาจะ สะดุดกันทั้งยวง
เอาง่าย ๆ สมมติว่าคันที่ตามหลังคุณมาอยากจะแซงคุณมั่ง แค่นี้เขาก็เดาไม่ออกแล้วว่าจะแซงซ้ายหรือแซงขวาดี ยิ่งถ้าเกิดว่าคุณอยากแซงคันที่อยู่ข้างหน้าของคุณพร้อมคันที่อยู่ข้างหลังคุณอีกที รับรองงานเข้าแน่ ๆ ครับ เพราะคุณใช้ไฟเลี้ยวไปแล้วทั้งสองดวง คุณจะบอกว่า คุณตีไฟเลี้ยวนะไม่ได้ เพราะไฟของกระพริบทั้งสองดวงพร้อมกัน ใครจะรู้ว่าคุณจะออกซ้ายหรือขวาล่ะ
ถ้าคุณอยู่ในสถานะการณ์ฉุกเฉินจริง ๆ ผมแนะนำให้จอดรถไปเลยแล้วโทรขอความช่วยเหลือจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหรือไม่ก็วิ่งช้าในเลนซ้ายสุด อย่าวิ่ง/ซิ่งในช่องขวาสุดหรือเลนกลางด้วยไฟฉุกเฉิน ยกเว้นวิ่งตามรถตำรวนะ :) เพราะถ้าเกิดอะไรขึ้นมา บอกตรง ๆ ว่า ไม่คุ้มหรอกครับ แค่เปิดไฟธรรมดาก็ช่ วยแล้ว
เอาล่ะ มาต่อเรื่องของผมต่อดีกว่า .. ตอนแรกว่าจะลงที่อาจณรงค์แล้วค่อยเข้ารถไฟสายเก่า แต่คงไม่สะดวกแน่ เพราะช่วงเวลานี้ รถคงไม่ต่างแถมถนนไม่ดีอีกต่างหาก คงไม่กล้าเข้าเสี่ยงแบบนั้น ไปลงสุขุมวิท 62 น่าจะดีกว่ามั้ย ??
ผมตัดสินใจไปลงสุขุมวิท 62 แต่พอลงไปก็สังเกตว่าน้ำมันไหลตามถนนเยอะมาก พอจะออกปากซอย เจอเลยครับ น้ำนี้ล้นขอบถนน แถมมีรถเมล์เพิ่งจะเปลี่ยนเลนเข้าไปอยู่ตรงกลางอีก จะเอาไงดีหว่า จะลองเข้าไปเลยมั้ย หรือว่าจะรอให้รถเมลไปก่อนดี คิดไปคิดมา เอาว่ะ ลองดูสักตั้ง ถนนมันเป็นเส้นตรงนี่นา ตรงนี้เราววิ่งได้ ข้างหน้าก็ต้องผ่านได้เหมือนกัน ...
และแล้ว ผมก็ผ่านมาได้อย่างฉิวเฉียด ไม่มีอาการสะดุดอะไร ไม่เบียดขอบเลยสักนิด ไม่เบียดรถเมล์ เออ.. ดีแล้วล่ะ อย่าให้เจอแบบนี้อีกล่ะกัน
หลังจากนั้น ก็มาเสียเวลาอีกแล้วตอนจะกลับรถได้สะพานพระโขนง รู้ทั้งรู้ว่าตรงมันก็เป็นแบบนี้แหละ แต่ทำไมเขาไม่หาทางแก้กันสักทีนะ ผมเห็นจอดรอกลับรถกันแบบซ้อนสองซ้อนสาม ล้ำเส้นไปถึงกลางถนนโน้น เลยทำให้รถทางตรงเสียช่องจราจรไปหนึ่งช่อง คนที่อยู่ในช่องกลับรถก็จะพยายามเบียดคันข้างหน้าไว้ให้ชิดที่สุด ประมาณว่าอย่าเข้ามานะ ๆ ฉันไม่ไห้หรอก ผมเห็นแบบนี้ทุกวัน วันไหนที่ผมกลับบ้านเร็วผมจะเลี่ยงไปออกสุขุมวิท 42 แทน แล้ววิ่งตรงมาเรื่อย ๆ ไม่อยากมาแย่งที่กลับรถตรงนี้จริง ๆ มันกดดัน มันเสียวกว่าวิ่งหรือซิ่งทางตรงซะอีก
สรุปผมถึงบ้านเกือบ 3 ทุ่ม ทางเข้าบ้าน เจอน้ำท่วมออกมาอีก ตอนแรกนึกว่าไฟแถวนั้นดับซะอีก เห็นมืด ๆ เงียบ ๆ ยังไง่ก็ไม่รู้ ..
ก่อนดับเครื่อง ผมก็เลยเร่งเครื่อง 2-3 ทีและเยียบเบรคย้ำ ๆ ไปด้วย เคยอ่านเจอเวลาขับรถลุยน้ำมาให้ทำแบบนี้ เพื่อไล่น้ำไล่ความชื้นออกจากเครื่องให้พอเป็นพิธีว่างั้นเถอะ .. :)
วันจันทร์ที่ 7 กันยายน พ.ศ. 2552
เช้านี้เติมน้ำมันอีกแล้ว
เช้านี้ ผมจำเป็นเติมน้ำมันอีกแล้ว เมื่อวานก็ลุ้น ๆ อยู่ว่าจะทำธุระต่างๆ เสร็จทันหรือปล่าว เพราะผมไม่อยากเติมน้ำมันตอนกลางวันแดดร้อน ๆ ผมเคยอ่านเจอบทความที่เขาเขียนบอกว่า ไม่ควรเติมน้ำมันตอนกลางวันเพราะจทำให้ได้น้ำมันน้อยกว่าปกติ เพราะน้ำมันจะระเหยระหว่างเติมไปเล็กน้อย ซึ่งถ้าถามว่าจำเป็นไหม ก็ไม่จำเป็นว่า ต้องเป๊ะ ๆ 100% หรอกแต่เอาแค่ดู ๆ ไว้หน่อยก็ดี โดยหลักการอาจจะมีส่วนอยู่
วันนี้ ผมก็ยังเติม Gasohol 91 เหมือนเดิมครับ
ราคา 30.74 บาท/ลิตร
จำนวน 26.025 ลิตร
จำนวน 800 บาท
พอเติมน้ำมันเสร็จ ผมก็เตรียมออกซ้ายไปทางสุนทรโกษา เพราะไม่อยากติดที่แยกคลองเตยนาน และถ้าวัดระยะทางก็ไม่ต่างกันมากเท่าไรครับ :)
วันนี้ ผมก็ยังเติม Gasohol 91 เหมือนเดิมครับ
ราคา 30.74 บาท/ลิตร
จำนวน 26.025 ลิตร
จำนวน 800 บาท
พอเติมน้ำมันเสร็จ ผมก็เตรียมออกซ้ายไปทางสุนทรโกษา เพราะไม่อยากติดที่แยกคลองเตยนาน และถ้าวัดระยะทางก็ไม่ต่างกันมากเท่าไรครับ :)
วันอาทิตย์ที่ 6 กันยายน พ.ศ. 2552
ทำไมต้องล้างรถตอนหน้าฝน
ผมไม่ได้ล้างรถมา 2-3 เดือนแล้วมั้ง และก็คิดว่าเมื่อหมดหน้าฝนแล้วค่อยเอารถไปล้าง แต่ดูไป ดูมา สภาพมันเลอะเทอะมาก ฝุ่นข้างในปลิวว่อนกันสนุกเลย เอาเป็นว่ายังไงก็ขอทำความสะอาด ดูดฝุ่นข้างในบ้างดีกว่า ปล่อยไว้มันก็เลอะเหมือนเดิม และพลอยทำให้สีรถเปลี่ยนไปด้วย
วันนี้ สาย ๆ หน่อย ผมก็ขับรถไปอ่อนนุช วิ่งขึ้นไปจอดที่ชั้นบนในคาร์ฟูร์ ผมไม่ชอบจอดชั้นล่างหรอก มันจะดูอึมครึมยังไงไม่รู้สิ ไม่ค่อยชอบเท่าไร ถ้าเป็นก่อนเที่ยงขึ้นข้างบนสะดวกสุด ๆ แล้ว เลือกที่จอดได้เลย อยากจะบอกว่าสะดวกกว่าไปหาที่จอดข้างล่างตั้งเยอะ ผมได้ที่จอดตรงทางซ้ายตลอด สะดวกทางเข้าออก มองเห็นชัดเจนดีและคนผ่านไปมาตลอด
จากนั้น ผมก็เดินไปร้านตัดผมตรงปากซอยอ่อนนุช แถวนี้จะมีอยู่สองร้าน ผมเคยใช้บริการร้านแรกไกล้แยกแล้วครั้งหนึ่งมั้ง แต่ไม่ประทับใจเหมือนร้านที่สองที่อยู่ถัดเข้ามา ผมว่าเขาตัดดีกว่า แต่วันนี้ที่มานะ โอ.. คิวยาวมาก รอเกือบชั่วโมงเลยมั้ง ทุกครั้งที่ผมมาไม่เคยรอนานขนาดนี้เลย เอาเฮอะ ตั้งใจมาแล้วนี่นา รอก็รอสิ.. :)
หลังจากที่รออยู่นานมาก ก็มาถึงคิวผมสักที ผมว่าคนนี้น่าจะเป็นเจ้าของร้านนะและเขาก็ทำทรงผมให้ผู้หญิงด้วย เขาตัดดี ละเอียดดีมาก ซอยข้างหลังเนียบมาก โกนไรผมให้แบบเนียบจริง ๆ เออ.. วันนี้สมราคาที่รอจริง ๆ นะครับ
พอตัดผมเสร็จ ผมก็ไปซื้อของที่คาร์ฟูร์แป๊บหนึ่ง บวกกับเดินดูของนิดน่อย เสร็จแล้วก็ขับรถกลับเลยแวะปั้มคาลเท็กซ์ไกล้บ้านเหมือนเดิม เพื่อล้างรถ อืมมม คิวไม่ยาวมาก งั้นจอดไกล้ทีล้างนั่นแหละ จอดได้ไม่นาน ก็มีรถกระบะมาต่อท้ายอีกคัน อ้าวว มีเพื่อนแล้ว ..
ผมรอรถอยู่แป๊บหนึ่ง แผนกล้างก็เสร็จแล้วเขาขับมาต่อที่แผนกเป่า/เช็ดให้แห้ง ดูดฝุ่นด้านใน ลงแวกซ์ที่ล้อหน่อยหนึ่งเรียบร้อย สังเกตว่าจะไม่ค่อยนานเหมือนทุกครั้ง แต่ก็เฮอะเดี๋ยวฝนก็ตกแล้ว และดูรอยคันแล้วเหมือมีรอยเล็ก ๆ เยอะเหมือนกัน เป็นรอยเหมือนโดนสะเก็ดก้อนหินมากกว่าทีจะเป็นรอยขีดข่วน เลยไม่รู้จะแก้แบบไหนดี นอกจากเคลือบใหม่ทั้งหมด
พอกลับถึงหอพัก ผมก็สำรวจรอบคันอีกครั้ง พร้อมเตรียมอุปกรณ์การขัดรอย แต่แล้วระหว่างที่ผมกำลังขัดเกลารอยอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงประมาณว่าฝนตกทางทิศตะวันตก เลยมองขึ้นไปบนฟ้า โอ้ โน่.. มืดทะมึนมาเลยครับพี่น้อง ฝนตกแล้วหนักซะด้วย เก็บของแทบไม่ทัน บ้าจริง ๆ ขัดไปได้มีกี่รอยเองต้องรีบหลบฝนก่อนซะก่อน เสียดายจริง ๆ :P
ตลอดระยะการเดินทางวันนี้ ผมลุ้นอย่างเดียวว่าน้ำมันจะหมดกลางทางหรือเปล่านะ เพราะมันขึ้นไฟเตือนตั้งแต่วันศุกร์ตอนกลับจากซีคอนแล้ว
วันนี้ สาย ๆ หน่อย ผมก็ขับรถไปอ่อนนุช วิ่งขึ้นไปจอดที่ชั้นบนในคาร์ฟูร์ ผมไม่ชอบจอดชั้นล่างหรอก มันจะดูอึมครึมยังไงไม่รู้สิ ไม่ค่อยชอบเท่าไร ถ้าเป็นก่อนเที่ยงขึ้นข้างบนสะดวกสุด ๆ แล้ว เลือกที่จอดได้เลย อยากจะบอกว่าสะดวกกว่าไปหาที่จอดข้างล่างตั้งเยอะ ผมได้ที่จอดตรงทางซ้ายตลอด สะดวกทางเข้าออก มองเห็นชัดเจนดีและคนผ่านไปมาตลอด
จากนั้น ผมก็เดินไปร้านตัดผมตรงปากซอยอ่อนนุช แถวนี้จะมีอยู่สองร้าน ผมเคยใช้บริการร้านแรกไกล้แยกแล้วครั้งหนึ่งมั้ง แต่ไม่ประทับใจเหมือนร้านที่สองที่อยู่ถัดเข้ามา ผมว่าเขาตัดดีกว่า แต่วันนี้ที่มานะ โอ.. คิวยาวมาก รอเกือบชั่วโมงเลยมั้ง ทุกครั้งที่ผมมาไม่เคยรอนานขนาดนี้เลย เอาเฮอะ ตั้งใจมาแล้วนี่นา รอก็รอสิ.. :)
หลังจากที่รออยู่นานมาก ก็มาถึงคิวผมสักที ผมว่าคนนี้น่าจะเป็นเจ้าของร้านนะและเขาก็ทำทรงผมให้ผู้หญิงด้วย เขาตัดดี ละเอียดดีมาก ซอยข้างหลังเนียบมาก โกนไรผมให้แบบเนียบจริง ๆ เออ.. วันนี้สมราคาที่รอจริง ๆ นะครับ
พอตัดผมเสร็จ ผมก็ไปซื้อของที่คาร์ฟูร์แป๊บหนึ่ง บวกกับเดินดูของนิดน่อย เสร็จแล้วก็ขับรถกลับเลยแวะปั้มคาลเท็กซ์ไกล้บ้านเหมือนเดิม เพื่อล้างรถ อืมมม คิวไม่ยาวมาก งั้นจอดไกล้ทีล้างนั่นแหละ จอดได้ไม่นาน ก็มีรถกระบะมาต่อท้ายอีกคัน อ้าวว มีเพื่อนแล้ว ..
ผมรอรถอยู่แป๊บหนึ่ง แผนกล้างก็เสร็จแล้วเขาขับมาต่อที่แผนกเป่า/เช็ดให้แห้ง ดูดฝุ่นด้านใน ลงแวกซ์ที่ล้อหน่อยหนึ่งเรียบร้อย สังเกตว่าจะไม่ค่อยนานเหมือนทุกครั้ง แต่ก็เฮอะเดี๋ยวฝนก็ตกแล้ว และดูรอยคันแล้วเหมือมีรอยเล็ก ๆ เยอะเหมือนกัน เป็นรอยเหมือนโดนสะเก็ดก้อนหินมากกว่าทีจะเป็นรอยขีดข่วน เลยไม่รู้จะแก้แบบไหนดี นอกจากเคลือบใหม่ทั้งหมด
พอกลับถึงหอพัก ผมก็สำรวจรอบคันอีกครั้ง พร้อมเตรียมอุปกรณ์การขัดรอย แต่แล้วระหว่างที่ผมกำลังขัดเกลารอยอยู่นั้น ก็ได้ยินเสียงประมาณว่าฝนตกทางทิศตะวันตก เลยมองขึ้นไปบนฟ้า โอ้ โน่.. มืดทะมึนมาเลยครับพี่น้อง ฝนตกแล้วหนักซะด้วย เก็บของแทบไม่ทัน บ้าจริง ๆ ขัดไปได้มีกี่รอยเองต้องรีบหลบฝนก่อนซะก่อน เสียดายจริง ๆ :P
ตลอดระยะการเดินทางวันนี้ ผมลุ้นอย่างเดียวว่าน้ำมันจะหมดกลางทางหรือเปล่านะ เพราะมันขึ้นไฟเตือนตั้งแต่วันศุกร์ตอนกลับจากซีคอนแล้ว
วันอังคารที่ 25 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เปลี่ยนไปทางอาจณรงค์
เมื่อเช้าเติมน้ำมันที่ปั้ม ปตท. กล้วยน้ำไท ปั้มเดิมที่เติมประจำนั่นแหละ แต่เผอิญวันนี้ ผมลืมไปว่าเปลี่ยนมาเติมโซฮอล์ 91 แล้วเลยเข้าเทียบจอห้วจ่ายตรงกลาง ต้องถอยออกก่อนแล้วเข้าหัวจ่ายขวาสุด ระหว่างที่รอเติมน้ำมันอยู่นั้น ก็มีรถเก๋งคันหนึ่งที่มีคนขับเป็นผู้หญิงอ่ะ วิ่งมาจอดเทียบข้าง ๆ เออ ... มาทำไมหว่า ก็จอดรอข้างหลังก็ได้นี่นา พอมองไปอีกที อ๋อ มีรถ 6 ล้อเข้ามารับพนักงานที่ยืนรอตรงทางเข้าปั้ม สาวคนนั้นเลยต้องหลบทางให้ก่อน
วันที่ 6:41 AM (ตามใบเสร็จ)
ชนิดน้ำมัน Gasohol 91
ราคาลิตรละ 31.34 บาท
จำนวน 28.717 ลิตร
จำนวน 900 บาท
จากครั้งที่แล้ว ราคาน้ำมันยังคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงครับ ถ้าเปลี่ยนก็ทีแต่ขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีลงอีกแล้วละ :P
พอผมวิ่งมาถึงแยกกล้วยน้ำไทก็ปิ๊งขึ้นในหัวว่าลองเปลี่ยนเส้นทางออกไปทางอาจณรงค์ - สุนทรโกษาดูจะดีไหม จากนั้นค่อยออกสามแยกคลองเตยตรงโรงเรียนหฤทัย ฯ เพราะตอนนี้มันก็สายแล้ว เดี๋ยวไปติดที่สี่แยกคลองเตยอีกเหมือนแต่ก่อน เพราะถ้าถึงแยกคลองเตยช่วง 6.30 - 7.00 ทีไรนะ ตำรวจจะปล่อยสายพระราม 4 น้อยมาก ผมเคยติดที่นี่เป็นชั่วโมง น่าเบื่อม๊ากกกก !!!
สรุป ผมถึงที่ทำงานประมาณ 7.10 น. ก็ถือว่าทำเวลาได้ดีนะ แต่ดูจะวุ่นวายหน่อยก่อนถึง 5 แยก ณ ระนองกับหน้าโรงเรียน เพราะรถเข้าออกจากเลนซ้ายสุดตลอดเวลา ทำให้รถสะดุดเวลาที่รถจะเข้าจะออกตลอด แถมกินเลนมาเลนกลางอีกต่างหาก ..
วันที่ 6:41 AM (ตามใบเสร็จ)
ชนิดน้ำมัน Gasohol 91
ราคาลิตรละ 31.34 บาท
จำนวน 28.717 ลิตร
จำนวน 900 บาท
จากครั้งที่แล้ว ราคาน้ำมันยังคงที่ ไม่เปลี่ยนแปลงครับ ถ้าเปลี่ยนก็ทีแต่ขึ้นอย่างเดียวเท่านั้น ไม่มีลงอีกแล้วละ :P
พอผมวิ่งมาถึงแยกกล้วยน้ำไทก็ปิ๊งขึ้นในหัวว่าลองเปลี่ยนเส้นทางออกไปทางอาจณรงค์ - สุนทรโกษาดูจะดีไหม จากนั้นค่อยออกสามแยกคลองเตยตรงโรงเรียนหฤทัย ฯ เพราะตอนนี้มันก็สายแล้ว เดี๋ยวไปติดที่สี่แยกคลองเตยอีกเหมือนแต่ก่อน เพราะถ้าถึงแยกคลองเตยช่วง 6.30 - 7.00 ทีไรนะ ตำรวจจะปล่อยสายพระราม 4 น้อยมาก ผมเคยติดที่นี่เป็นชั่วโมง น่าเบื่อม๊ากกกก !!!
สรุป ผมถึงที่ทำงานประมาณ 7.10 น. ก็ถือว่าทำเวลาได้ดีนะ แต่ดูจะวุ่นวายหน่อยก่อนถึง 5 แยก ณ ระนองกับหน้าโรงเรียน เพราะรถเข้าออกจากเลนซ้ายสุดตลอดเวลา ทำให้รถสะดุดเวลาที่รถจะเข้าจะออกตลอด แถมกินเลนมาเลนกลางอีกต่างหาก ..
วันจันทร์ที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2552
เมื่อวานไปเพชรเกษม
ตอนแรกที่คุยกันกับแฟนว่าคงจะเอารถเพื่อนไปกันเพราะมันไกล อยากให้เอารถใหม่เพื่อนดีกว่า .. (แอบดีใจนิดๆว่าจะได้ไม่ต้องขับ) แต่พอเอาเข้าจริง ๆ ก็ไม่ได้เป็นไปตามนั้น เพราะรถคันนั้นมีธุระต้องออกต่างจังหวัด ถ้าเราจะยกเลิกก็ยังไงอยู่ สุดท้ายก็เลยต้องขับไปเอง
เราออกจากบ้านกันประมาณ 9 โมงเช้า (เป็นเวลาที่ดีมาจริง ๆ) ระหว่างทางก็มีการจอดพักอยู่ 2 ครั้ง คือกดตังค์ที่ตู้ atm และก็จอดเติมน้ำมันที่พระราม 4 และก็ไม่นับกับอีก 2 ครั้งที่ตอนขึ้น/ลงทางด่วนนะ..
พอขากลับ เผอิญอยากลองสะพานใหม่เลย เพราะเห็นว่าเปิดสะพานมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาศได้ไปทางนั้นสักที วันนี้แทนที่ผมจะวิ่งกลับทางเดิม ผมวิ่งเลยตรงทางด่วนเข้าออกไปทางพระประแดง ซิ่งอย่างเดียวครับ ผมว่าน่าจะวิ่งเกิน 100 มาเกือบตลอดนะ ถ้าจับความเร็วก็อาจจะโดนแหละมั้ง ถนนมันโล่งดีนี่นา จะให้วิ่งแค่ 70 - 90 ได้ไง :P
พอข้ามสะพานก็มีด่านลงก่อนศรีนครินทร์ เพียง 1-2 ด่านมั้ง แล้วผมก็ลงที่ศรีนคทร์ จ่ายค่าผ่านทาง 30 บาท... เออ .. ถูกจัง วิ่งทำความเร็วได้ดีมาก แต่วิ่งอ้อมไปไกลสุด ๆ ถ้าอ้อมไปไกลขนาดนั้นยังเจอรถนะ คงหมดอารมณ์แน่ ๆ
สรุป ผมใช้เวลาเดินทางตอนขากลับประมาณ ชั่วโมงนิด ๆ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำเพราะมีการชะลอตรงเพชรเกษมแป๊บหนึ่ง ทางใหม่ใช้ดี รถน้อย วิ่งคล่อง ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นช่วงกลางคืนรถบรรทุกจะเยอะหรือเปล่านะ
เราออกจากบ้านกันประมาณ 9 โมงเช้า (เป็นเวลาที่ดีมาจริง ๆ) ระหว่างทางก็มีการจอดพักอยู่ 2 ครั้ง คือกดตังค์ที่ตู้ atm และก็จอดเติมน้ำมันที่พระราม 4 และก็ไม่นับกับอีก 2 ครั้งที่ตอนขึ้น/ลงทางด่วนนะ..
พอขากลับ เผอิญอยากลองสะพานใหม่เลย เพราะเห็นว่าเปิดสะพานมานานแล้วแต่ยังไม่มีโอกาศได้ไปทางนั้นสักที วันนี้แทนที่ผมจะวิ่งกลับทางเดิม ผมวิ่งเลยตรงทางด่วนเข้าออกไปทางพระประแดง ซิ่งอย่างเดียวครับ ผมว่าน่าจะวิ่งเกิน 100 มาเกือบตลอดนะ ถ้าจับความเร็วก็อาจจะโดนแหละมั้ง ถนนมันโล่งดีนี่นา จะให้วิ่งแค่ 70 - 90 ได้ไง :P
พอข้ามสะพานก็มีด่านลงก่อนศรีนครินทร์ เพียง 1-2 ด่านมั้ง แล้วผมก็ลงที่ศรีนคทร์ จ่ายค่าผ่านทาง 30 บาท... เออ .. ถูกจัง วิ่งทำความเร็วได้ดีมาก แต่วิ่งอ้อมไปไกลสุด ๆ ถ้าอ้อมไปไกลขนาดนั้นยังเจอรถนะ คงหมดอารมณ์แน่ ๆ
สรุป ผมใช้เวลาเดินทางตอนขากลับประมาณ ชั่วโมงนิด ๆ หรือไม่ถึงด้วยซ้ำเพราะมีการชะลอตรงเพชรเกษมแป๊บหนึ่ง ทางใหม่ใช้ดี รถน้อย วิ่งคล่อง ผมไม่แน่ใจว่าถ้าเป็นช่วงกลางคืนรถบรรทุกจะเยอะหรือเปล่านะ
วันศุกร์ที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2552
ที่แยกขึ้นทางด่วนสุขุมวิท 50
ผมเห็นรอยนี้มา 2-3 วันแล้วตั้งตอนเช้าก่อนที่ผมจะไปเพชรเกษม ผมคิดว่าวันไหนเอารถไปล้างจะลบรอยนี้ออก แต่ว่ามันมีรอยที่ขูดเข้าตรงสะเกิร์ตด้วย ลึกไหม ?? ผมว่าน่าจะลึกเหมือนกัน แต่รอยมันไม่ใหญ่เท่านั้นเอง ถึงลบออกก็คงเหลือที่เป็นรอยขูดรอยขีดอยู่อย่างนั้นแน่นอน

ผมคิดว่ามันน่าจะเกิดวันศุกร์ที่ผมกลับบ้านเย็นตรงแยกขึ้นทางด่วนซอยสุขุมวิท 50 เพราะวันนั้นตอนที่กำลังจะข้ามเนินนั้น เผอิญว่ามีรถตัดเลนสวนทางมาจะขึ้นทางด่วน ผมเลยต้องหยุด เหยียบเบรคกระทันหันแต่ก็ไม่ได้แบบเสียงเอี๊ยด.. แล้วหยุดสนิทนะ ก็ชะลอมาแต่เบรคเท่านั้นเอง
จากนั้น พอผมข้ามแยกมาก็เห็นมีรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งตีไฟกระพริบใส่ผม 2-3 ครั้ง โอนเอนไปมา ทำท่าจะล้มว่างั้นเถอะ แต่ผมไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น และผมก็ไม่ได้ยินเสียงหรือรู้สึกว่ามีอะไรมาชนท้ายรถของผมสักนิด หรือมีเสียงกระแทกอะไรกันเลย ผมเลยไม่สนใจอะไร
ผมคิดว่ามันน่าจะเกิดวันศุกร์ที่ผมกลับบ้านเย็นตรงแยกขึ้นทางด่วนซอยสุขุมวิท 50 เพราะวันนั้นตอนที่กำลังจะข้ามเนินนั้น เผอิญว่ามีรถตัดเลนสวนทางมาจะขึ้นทางด่วน ผมเลยต้องหยุด เหยียบเบรคกระทันหันแต่ก็ไม่ได้แบบเสียงเอี๊ยด.. แล้วหยุดสนิทนะ ก็ชะลอมาแต่เบรคเท่านั้นเอง
จากนั้น พอผมข้ามแยกมาก็เห็นมีรถมอเตอร์ไซต์คันหนึ่งตีไฟกระพริบใส่ผม 2-3 ครั้ง โอนเอนไปมา ทำท่าจะล้มว่างั้นเถอะ แต่ผมไม่รู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น และผมก็ไม่ได้ยินเสียงหรือรู้สึกว่ามีอะไรมาชนท้ายรถของผมสักนิด หรือมีเสียงกระแทกอะไรกันเลย ผมเลยไม่สนใจอะไร
วันพฤหัสบดีที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2552
Set up myhondajazz at twitter
ช่วงนี้ เห็นใครๆ ก็พูดถึง Twitter เลยอยากลองเอามาใช้กลับบลอกนี้ดูมั้ง แต่เนื่องจากว่า Blogger ไม่มี API ที่จะไใช้กับ Twitter ได้เลยต้องอาศัย TwitterFeed เพื่อดึงข้อความจากข้อความที่โพสต์เข้า Twitter แทน
จากที่ผมเพิ่งลองเล่น ๆ กับ TwitterFeed ดูก็พบว่าใช้งานได้ดีทีเดียว และเราสามารถเพิ่มหรือผูก account ของ twitter กับ feed หลาย ๆ กันเข้ากับ account ของ TwitterFeed เพียงอันเดียว ไม่จำเป็นต้องสมัครหลาย account เพื่อดึง feed จากหลายอันให้เข้าหน้า Twitter ได้เลย แบบง่าย ๆ ครับ
สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอะไรก็ฝากหน้า www.twitter.com/MyHondaJazz ของผมไว้สักอันนะครับ
- @MyHondaJazz
- Twitter
- TwitterFeed
จากที่ผมเพิ่งลองเล่น ๆ กับ TwitterFeed ดูก็พบว่าใช้งานได้ดีทีเดียว และเราสามารถเพิ่มหรือผูก account ของ twitter กับ feed หลาย ๆ กันเข้ากับ account ของ TwitterFeed เพียงอันเดียว ไม่จำเป็นต้องสมัครหลาย account เพื่อดึง feed จากหลายอันให้เข้าหน้า Twitter ได้เลย แบบง่าย ๆ ครับ
สนใจแลกเปลี่ยนความคิดเห็นอะไรก็ฝากหน้า www.twitter.com/MyHondaJazz ของผมไว้สักอันนะครับ
- @MyHondaJazz
- TwitterFeed
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Wikipedia
ผลการค้นหา