Google
 

Download unlimited stock photos!

วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554

กันขโมยดังกลางดึก

เมื่อคืนนี้ ช่วงตี 3 กว่า ๆ ผมได้ยินเสียงสัณญาณกันขโมยของน้องแจ๊ซดังขึ้น ผมเลยต้องรีบลุกขึ้นไปดูที่ระเบียงสักหน่อย แต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเกินขึ้นหรือมีใครมาทำอะไรไกล้ ๆ รถเลย แม้แต่สุนัขแถวนั้นก็ไม่มีสักตัว เพราะตามปกติก็จะมีสุนัข 2-3 ตัวเดินคุมซอยนี้ทุกคืน ถ้าใครเดินมาตอนกลางคืน รับรองว่ามันต้องเห่าต้นรับกันทั้งซอยแน่ ๆ ขนาดผมอยากวิ่งออกกำลังกายในซอยยังไม่กล้า เพราะมักชอบเห่าผมตลอด .. :)

ไหน ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ลองลงไปดูสักหน่อยดีกว่า ซึ่งพอเดินลงไปดูแล้วกดรีโมตเปิดรถแล้วเปิดประตูก็ไม่เห็นว่าจะผิดปกติอะไร เดินสำรวจรอบคันก็ปกติดี ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจ ระหว่างที่เดิน ๆ อยู่นั้น เจ้าสุนัขตัวสีดำที่อยู่ท้ายซอยไกลออกไปสัก 50 เมตรก็เริ่มจะเห่าเสียงดังแล้วววว

ตอนผมเดินจะขึ้นห้อง ลุงที่ทำหน้าที่ยามของตึกบอกผมว่าเมื่อกี้มีรถแทกซี่วิ่งผ่านไปคันหนึ่ง แต่ก็แค่วิ่งผ่านไปเฉยไม่น่าจะทำให้สัณญาณกันขโมยดังได้ มันก็น่าแปลกดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น เพราะผมก็เห็นว่ามีคนเข้าออกตึกเกือบตลอดเวลา ข้างล่างก็มีคุณลุงยามทำหน้าที่อยู่ตลอดทุกคืนและที่สำคัญในซอยนี้ก็มีสุนัขอยู่ 2-3 ตัวที่คอยเป็นยามเฝ้าตลอดซอยนี้ตลอดเวลาเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม ผมคิดในใจว่าที่สัณญาณดังขึ้นนี้น่าจะเป็นเพราะคลื่นวิทยุสื่อสารจากรถแทกซี่คันนั้น เพราะผมเคยลองแล้วกับรถของราชการท่านหนึ่ง พอเปิดวิทยุสื่อสารกำลังจะจูนหาคลื่น สัณญาณกันขโมยของผมก็ดังเลย นั่นแหละที่ผมคิดว่าคลื่นวิทยุมันชนกัน อยากรู้ว่าสัณญาณกันขโมยใช้ความถี่ไหนและเขาจะกลับพร้อมอุปกรณ์จับคลื่นวิทยุเพื่อเปิดประตูรถได้หรือเปล่า น่าสงสัยนะครับ

สิ่งที่ลองเย็นนี้
- ล็อกรถแต่เปิดกระจก จากนั้นดึงสลักแล้วเปิดประตู --> สัณญาณดังตามปกติ แต่ถ้าแค่ดึงสลักขึ้นจะยังไม่มีเสียงดัง ต้องเปิดประตูก่อนนะครับ

วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554

เลี้ยวผิด ใครถูกผิดกันแน่?

เหตุเกิดเมื่อตอนช่วงปีใหม่ ผมเดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่งและคนละอำเภอแต่ไม่ใกลกันมากนัก โดยที่ก่อนออกเดินทาง ผมก็ทำการค้นหาปลายทางไว้เรียบร้อยแล้ว และก่อนที่เดินทาง ผมก็กลับมาเลือกให้ค้นหาปลายทางโดยเลือกจาก"ข้อมูลล่าสุด" แล้วกดเลือกชื่อที่ผมเคยเลือกไว้เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติอะไร

พอผมขับรถมาถึงทางแยกที่จะเข้าทางหลักซึ่งเป็น 3 แยกธรรมดา ผมก็เลี้ยวขวาไปตามที่เจ้า nuvi บอกผมมาตลอดทาง ทันใดนั้น ผู้โดยสารในรถก็ร้องบอกผมว่าให้เลี้ยวซ้าย ไม่ใช่เลี้ยวขวา อ้าววว ก็เจ้า nuvi บอกให้ผมเลี้ยวขวานี่นา ...ผมก็ต้องรีบหาจุดกลับรถโดยด่วน ก่อนที่จะเลยไปไกลกว่านี้ ยังดีว่ารถไม่เยอะ ผมเลยสามารถกลับได้ง่าย ๆ ตรงปากทางเข้าบ้านของคนแถวนั้น :)

หลังจากนั้น ผมคิดมาตลอดทางว่า ผมก็เลือกเส้นทางได้ถูกแล้วนะแต่ทำไมเจ้า nuvi ถึงบอกให้ผมไปผิดเส้นทางได้นะ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ผมเคยใช้ speednavi พาเที่ยวอยู่ครั้งหนึ่งและก็พาหลงทางไปแบบสุด ๆ ตั้งหลายสิบกิโล คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย แต่ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่

เย็นนี้ ผมเข้ามาถึงกรุงเทพ ผมเลยต่อ nuvi กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แล้วดึงเอาไฟล์ข้อมูล mileage.csv ออกมาดูสักกะหน่อย อยากทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ??

จากข้อมูลการเดินทางด้วยไฟล์ mileage ที่ดึงออกมา ผมผิดที่ไปกดเลือกปลายทางเป็นอีกอำเภอหนึ่งซึ่งอยู่ทางขวามือการเดินทางของผม ณ ขณะนั้น ฉะนั้น พอผมทางถึงทางแยก เจ้า nuvi ก็เลยบอกให้ผมเลี้ยวขวาไปแทนที่จะบอกให้เลี้ยวซ้ายกลับบ้านเหมือนเดิม :P

ผมคิดว่า tracklog นั้นเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจใน garmin nuvi 1250 ตัวนี้ โดยข้อมูลที่ได้นั้นจะถูกเก็บเป็นไฟล์ excel ไว้แล้วเราสามารถเรียกดูไฟล์นี้ได้เมื่อเชื่อมต่อเจ้า garmin กับคอมพิวเตอร์ เพื่อดูข้อมูลการเดินทางเช่นเราเดินทางจากที่ไหนไปยังปลายทางที่ไหน ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าว่าที่ gps พาไปผิดทางเป็นเพราะอะไรกันแน่นะครับ

สุดท้าย ผมแนะนำว่า เราควรทำการบ้านให้ดีก่อนออกเดินทาง ด้วยการกำหนดจุดหมายปลายทาง จุดแวะแต่ละจุดไว้ให้ดีเพราะจะได้ไม่ต้องมาคอยเลือกปลายทางตอนขณะขับรถ และ(บางครั้ง)ก่อนที่เราจะทึกทักเอาเองว่าตัว gps ตัวน้อยจะพาหลงทาง ลองคิดดูให้ดีว่าเราเลือกจุดหมายไว้ถูกต้องหรือยัง ยิ่งถ้าต้องมากดเลือกปลายกันขณะขับรถ โอกาศที่จะกดผิดกดถูกมีเยอะจริง ๆ และพลอยจะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยซ้ำครับ


วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ทำความรู้จักกับ Nuvi 1250

แม้ว่า ผมคิดว่าอาจจะเป็นอธิบายแบบซ้ำกับคู่มือการใช้งานของเครื่อง แต่ผมก็ขออธิบายแบบคร่าว ๆ ละกันว่า หน้าจอแรกของเจ้า Garmin nuvi 1250 มีอะไรบ้างเพราะจะได้เห็นภาพรวมกันสักนิดครับ


แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยสักเท่่าไร แต่ก็อดที่เอ่ยถึงไม่ได้ นั่นคือข้้อความและไอคอนที่บาร์บนสุดของหน้าจอนะครับ..

ถ้ากดไปที่เป็นบาร์ๆ ด้านบนนั้น ก็จะเป็การเรียกดูว่าตอนนี้ เราอยู่ที่ไหน พร้อมกันนั้น เราก็สามารถหาสถานที่ได้อีก 3 แบบคือ โรงพยาบาล สถานีตำรวจและปั้มนำ้มันที่ไกล้ที่สุด เป็นมุมสำหรับฉุกเฉินจริงๆ ครับ

ถัดมาเป็นรูปรถ อันนี้ เอาไว้เปลี่ยนโหมดการเดินทางเช่นแบบรถยนต์ รถบรรทุก และการเดินเท้า ซึ่งแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันออกไป บางชนิดอาจจะแตกต่างกันนิดเองนะครับ

และถ้ากดที่เวลาตรงกลางหน้าจอด้านบน ก็จะเป็นทางลัดเพื่อเข้าไปเปลี่ยนเวลาของเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเมนูเครื่องมือ อีกทีหนึ่ง

ค้นหาตำแหน่ง: จริง ๆ ก็น่าจะเริ่มต้นกันที่ตรงนี้นั่นแหละครับ เพราะเอาไว้สำหรับค้นหาตำแหน่องของปลายทาง เราสามารถเลือกชนิดของการค้นหาได้ตามแต่ละเมนูที่ต้องการเช่น จุดสนใจ ที่พบล่าสุด ที่ใช้ประจำและอื่น ๆ อีกมากมาย

ดูแผนที่: แม้ว่า เราไม่ได้เรียกให้นำทาง ณ ตอนนั้น แต่เราก็สามารถเรียกดูแผนที่ว่า ตอนนี้เราอยู่ไหนแล้ว และเมื่อขับรถไปเรื่อย ๆ ตัวเครื่องก็จะมีเสียงเตือนเช่นกล้องจับฝ่าไฟแดง หรือเตือนแบบอื่น ๆ ที่มีการเพิ่มไว้ในเครื่องเหมือนกันกับตอนนำทาง

ระดับเสียง: ตามชื่อเลยครับ .. เอาไว้สำหรับปรับระดับเสียงหรือปิดเสียงต่างๆ เช่นการนำทาง การกดปุ่มของตัวเครื่อง

เครื่องมือ: สำหรับการตั้งค่าต่าง ๆ เช่นระบบ การนำทาง เวลา ภาษา รวมไปถึงเครื่องมืออย่างอื่น ๆ เช่นนาฬิกาโลก เครื่องคิดเลขที่มีอยู่ในเครื่องด้วย

ปุ่มปิด/เปิด: ปุ่มเปิด/ปิดนั้นจะทำหน้าที่ 2 อย่างด้วยกัน อันแรกก็เปิด/ปิดเครื่องตามชื่อนั่นแหละครับ ส่วนอีกหน้าที่ก็เอาไว้ปรับความสว่างของหน้าจอ และล็อคหน้าจอเพื่อไม่ทำให้เวลาไปโดนปุ่มกดต่างๆ ของเครื่องใช้งานไม่ได้ชั่วคราว

จะสังเกตว่า Garmin ได้เลือกใช้คำที่เข้าใจง่ายและจัดเรียงเมนูต่าง ๆ เพื่อสะดวกในการใช้งาน ทำให้ไม่ปวดขมองในการใช้งานจริงๆ แต่อย่างใดเลย ใช่ไหมครับ


วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ซื้อเจ้า Nuvi 1250 แล้วนะ

ผมคิดจะซื้อ GPS มาใช้สักตัวหนึ่ง ตั้งแต่ที่ผมเริ่มขับรถแล้วเพราะอยากให้มีตัวช่วยเวลาขับรถไปไหนมาไหนบ้าง โดยเฉพาะที่ที่ไม่เคยไปเลย เพราะผมจะชอบขับเลยทางแยก ทางเข้า และหลงทางอยู่เรื่อย ถ้าได้ตัวช่วยก็น่าจะดีไม่น้อย และจะช่วยประหยัดน้ำมันไปในตัวด้วยครับ


จริง ๆ ผมก็ดูหลาย ๆ ยี่ห้อตามประสาคนอยากได้ :) เข้าเวบหาอ่านบทความรีวิวต่างๆ สาระพัด หลายคนก็บอกอันนี้ดีอย่างนั้น อันนั้นดีอย่างนี้ แต่ก็ได้แค่เก็บข้อมูลไว้เท่านั้น เพราะถ้ายังไม่ได้ซื้อ ไม่มีเป็นของตัวเราเองก็อ่านไปแบบเรื่อยเปื่อย อย่าคิดมาก จนได้มาเป็นของตัวเองสักที.. จึงจะพูดได้เต็มปากว่าดีจริงหรือเปล่า??

เหตุผลง่าย ๆ ที่ผมเลือก Garmin Nuvi 1250 เพราะราคามันถูกและยังถือว่าใหม่ระดับกลาง ซึ่งเมื่อก่อนมันแพงมาก จนต้องหยุดความอยากไว้เลยทีเดียว อีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของแผนที่ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับกันว่า ถ้าเป็นแผนที่ของไทย แผนที่ของ Garmin นั้นเป็นแผนที่ดีที่สุดแล้ว (ถ้าผิดก็ขออภัยด้วย)

อีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของฟังชั่นต่างๆ หรือ feature ที่เป็นแบบเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เพราะยังไงเสีย หน้าที่หลักก็คือใช้เป็นตัวนำทางเท่านั้น

ส่วนพวก bluetooth หรือ fm transmission นั้น ผมคิดว่าน่าจะได้ใช้น้อยมาก มันน่าจะทำให้เสียเวลาตอนที่จะขับรถเพราะเราจะต้องมาคอยเปิดทั้งตัวรับสัณญาณ และ gps ไปด้วย ครั้นจะเอาไว้ทำเองตอนขับรถอยู่นั้นก็คงไม่ดีแน่ ๆ และพอลงจากรถก็ต้องปิดสัณญาณอีกครั้ง

อีกอันหนึ่งก็คือแผนที่แบบ 3D - ผมมองว่าไม่จำเป็นครับ เพราะถ้าหน้าจอเล็กแล้วมีรูปตึกมาอยู่ข้างถนนทั้งสองฝั่ง จะทำให้การมองแผนที่ลำบากมากขึ้น(เขาเรียกว่า eye candy) แต่ถ้าเป็นจอ 7 นิ้วขึ้นไปแล้วมีภาพตึกสวย ๆ ประดับไว้ก็น่าจะพอไหว ฉะนั้นแผนที่ 3D ไม่จำเป็นครับ

ถามว่า ทำไม่เลือกเป็น widescreen เพื่อจะได้หน้าจอที่ใหญ่กว่า?
ผมคิดว่าแค่นี้ น่าจะพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น และเวลาติดตั้งที่หน้ารถก็จะได้ไม่บดบังทัศนียภาพการมอง (แค่เสาข้างซ้ายขวาที่ว่าเล็กแล้ว ผมยังอยากตัดทิ้งเลยเวลาเลี้ยวหรือกลับรถ กลัวว่าจะไปปีนฟุตบาทซะก่อน) รวมทั้งเวลาที่จะพกพาติดตัวไปด้วยอาจจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร ที่สำคัญ.. เป็นการ save money (อีกครั้ง)ครับ..

อย่างไรก็ตาม เจ้า garmin nuvi 1250 ก็มีพวกฟังค์ชั่นแบบพื้น ๆ เช่น photo viewer, calculator, world clock, world map และพวก utility tools อีกนิดหน่อยก็น่าจะพอแล้วละ บางที พวกฟังค์ชั่นเหล่านี้ ผมยังคิดว่าใช้มือถือ(ที่เป็น touch screen)ทำหน้าที่แทนก็ยังได้ครับ

ก่อนจบบทความวันนี้ ผมขอเอาหน้าจอแรกของ Garmin Nuvi 1250 มาโชว์ดีกว่าครับ

โปรดติดตามวิธีการใช้หรือบทรีวิวแบบบ้าน ๆ ได้ในตอนต่อไปครับ.. :)



วันอาทิตย์ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

แค่อยากเก็บเบอร์ยาง

ผมเป็นหนึ่งที่มีปัญหาการจำเกี่ยวกับรถยนต์ เช่นเลขรอบยางล้อรถ และเลขความดันสำหรับการเติมลม เพราะเวลาจะทำทีไร ผมไม่เคยจำเลขสองตัวนี้ได้เลย ทั้ง ๆ ที่ต้องทำประจำอยู่แล้ว

วันนี้ ผมเลยเอาตัวเลขมาโพสต์ขึ้นเวบให้ดู เผื่อว่าวันไหนอยากดู อยากรู้ก็เปิดเวบดูนั่นแหละ ..

ขนาดยางครับ...
 


Posted by Picasa

วันจันทร์ที่ 1 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553

ตรงไหนมันโดนละเนี่ย?!?

เย็นนี้ ผมมีธุระจะต้องเข้าที่ตึกใหญ่ ทุกครั้งที่เข้ามา ผมจะขับขึ้นไปจอดที่ชั้นบนตลอด แต่คราวนี้ เขาบอกให้ลงไปจอดข้างล่างทั้ชั้น B2A เออ.. ก็แปลกดีนะ ไม่เป็น งั้นวิ่งลงข้างล่างก็ได้

พอผมรับบัตรจอดรถเสร็จ ก็ขับเข้าที่ทางจะลง โอ๊ะ เกือบไม่สังเกต มันมีตุ่มตรงกลางคั้นเลนไว้ ดีนะที่ผมยังไม่คล่อมมันซะก่อน ไม่งั้น รถผมโดน !! ผมสังเกตมาหลายที่แล้ว (หรือโมเมเอาเองกก็ไม่ทราบ :) ถ้าเข้าไปจอดที่ตึกจอดรถเก่า ๆ หน่อย จะเห็นว่าเขาทำทางขึ้นลงที่จอดแบบวน ไม่วนซ้ายก็วนขวา และชอบมีตุ่มเล็ก ๆ ขั้นเลนหรือบางที่ก็ไม่มีเลย

จากนั้น ผมก็ขับแบบระวังมากขึ้น เพราะกลัวจะไปกระแทะกับตุ่มขั้นเลนนั้น และทางขึ้นลงมันแคบและมองไม่ค่อยจะถนัดเอาเสียเลย ช้าหน่อยแต่รถไม่เจ็บก็ดีแล้วละ

พูดกันตามตรงนะ ระหว่างที่ขับลงไปลานจอดนี้ ยิ่งขับลง ผมยิ่งได้ความรู้สึกว่ากำลังขับรถลงถ้ำ มันมืดมาก และทางรถขึ้นลงมันไม่ได้ออกมาให้ดูง่าย สบายตาสักนิด พอผมลงมาถึงชั้น B2A ผมก็มองหาทางขึ้นและจะได้จอดใกล้ ๆ เวลาออกจะได้ง่ายหน่อย เอาง่ายไว้ก่อน :)

ผมขับวนขวามาทางออกเล็กน้อยก็พอจะเจอที่จอด งั้นเอาตรงนี้แหละนะ.. ใส่เกียร์ถอย .. มองซ้ายขวา ไม่มีรถ อืมม แบบนี้ง่ายหน่อย พอถอยมาได้สักระยะ แต่หน้ารถมันอยู่เกือบกลางทางรถวิ่งออกจากลานจอด

แล้วผมก็ปรับกระจกลงเพื่อจะมองเส้นข้างล่าง งั้นถอยอีกนิดละกันนะ .. ผมถอยอีกนิดหนึ่ง นิดจริง ๆ เพราะยังไม่วนครบวงล้อเลย แล้วผมก็ได้ยินเสียงดัง กึก ๆ 2-3 ครั้ง แค่ได้ยินผมเชื่อเลยว่าส่วนบนโดนอะไรเข้าแล้ว

ผมเดินหน้าออกไปก่อนนิดหนึ่ง ขอดูสักหน่อยว่าเกิดอะไรขึ้น อ้าวว ช่องระบายน้ำหรือช่องแอร์มันต่ำกว่าที่คิด มองไปข้างบนก็เขียนนะว่าระวังชน แต่ตัวมันเล็กและเขียนด้วยปากกาเมจิกหรือชอกข้างฝาแบบเด็กแว้น เขียนกวนในห้องน้ำเท่านั้นเอง

ตอนนั้น ผมคิดอะไรไม่ออกแล้ว มองหาไม่เจอ ไม่รู้ส่วนไหนมันชนกันแน่ ลองเอาเอาศอกนั่นแหละมันทาบวัดดูว่า ตรงไหนมันโล่เข้ามาบ้าง คร่าว ๆ ว่านะจะเป็นกระจก แต่ก็ยังไม่แน่ใจ เพราะมันดังแรงและน่าจะมีรอยอะไรบ้าง แต่ลองมองดูก็ไม่เห็นรอยอะไรที่กระจกเลย แล้วตรงไหนมันโดนละเนี่ย ?!?!




วันพุธที่ 20 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ปีกว่าแล้วแต่แบตยังดีอยู่นะ

หลังจากที่ผมพบว่า บางครั้ง การเอารถศูนย์ เขาก็ไม่ได้ทำทุกอย่างหรืออะไรที่เราคิดไว้แม้จะเป็นเรื่องง่ายๆ ก็ตามเช่น การเติมน้ำกลั่นให้กับแบตเตอร์รี่ เพราะครั้งหนึ่ง ผมเอารถเข้าเช็คแล้วขับอยู่แค่อาทิตย์กว่า ๆ ก็เจออาการว่าสตาร์ทไม่ติดเพราะน้ำกลั้นขอดก้นแบตเลย จนต้องเรียกบริการด่วนของฮอนด้าเองมาพ่วงแบตให้ ตั้งแต่เช้าตรู่ ซึ่งผมเคยโพสต์ไว้แล้วนั้น


หลังจากที่ผมเปลี่ยนแบตกอนแรกไปจนมาถึงทุกวันนี้ก็ประมาณปีกว่า ๆ แล้วมั้ง แต่ก็ยังใช้ได้ดี ไม่มีอาการงอแงให้เห็นหรือลำคาญใจแต่อย่างใด แม้จะมีบ้างบครั้งที่ผมเจออาการสตาร์ทไม่ติด แต่ถ้าลองสตาร์ทอีกสัก 2-3 ทีก็ติดเหมือนเดิม ซึ่งผมคิดว่าเป็นเพราะอากาศเย็นมากกว่า่ ซึุ่งไม่ทำให้เสียอารมณ์หรอกครับ เพราะไม่ทำให้เสียเวลามากเหมือนตอนที่ผมแอบชะล่าใจตอนนั้น !!

ผมขอสรุปเอาเองว่า ถ้าใครที่ใช้แบตเตอร์รี่แบบต้องเติมน้ำกลั่นประจำ ก็อย่าลืมหมั่นเติมน้ำกลั่นให้ตลอด อย่างน้อยเดือนละครั้งก็ยังดีนะครับ ส่วนเรื่องอื่นๆ เกี่ยวกับเครื่องยนต์กลไกต่าง ๆ ก็ค่อย ๆ เรียนรู้ไปก่อน อันไหนที่ทำได้ก็จัดการเลย รับรองไม่นานก็จะเชี่ยวชาญล่ะครับ



วันพฤหัสบดีที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2553

ดีใจจัง เบาะแห้งแล้ว

อาทิตย์หนึ่งผ่านไป หลังจากที่ผมครุ่นคิดอยู่ว่า น้ำเข้ารถวันนั้น ผมก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะปัญหาอะไรหรือเปล่า เพราะผมก็กลัวเหมือนกันว่าจะต้องเข้าซักเบาะ เสียเงินทองอีกเยอะแยะ

ถึงแม้ว่า หลังจากวันนั้นแล้ว จริงๆ แล้ว ผมแทบจะไม่เห็นวันไหน ท้องฟ้าโปร่ง แดดแจ่มสักวัน แต่เวลาที่ผมเข้าจอดที่ลานจอดของที่งาน ผมก็จะพยายามจอดมุมที่แดดพอจะส่งเข้าถึง

ถ้าจะพูดกันตามตรงแล้ว ตั้งแต่วันนั้นก็จนถึงวันนี้ ผมยังไม่เจออาการอะไรที่บ่งบอกว่า ระบบไฟฟ้าขัดข้อง หรือแม้แต่อาการกลิ่นในห้องโดยสาร เพราะพรมเปียกแฉะขนาดนั้น อาจจะเรียกว่า โชคดีของผมไม่มีปัญหาก็ได้นะที่รถ แต่ก็ไม่อยากเจออีกล่ะ

เอาเป็นว่า จากนี้เป็นต้นไป ผมคงก็ต้องระวังให้ดี คอยตรวจดูว่าหน้าต่างประตูปิดสนิทดีแล้วหรือยัง ทั้งการจอดแบบชั่วคราวหรือข้ามคืน หรือแค่ช่วงสั้น ๆ เวลารถพักรถละครับ :)



Wikipedia

ผลการค้นหา

สนุก สลากกินแบ่งรัฐบาล