ช่วงนี้ อากาศมันแปรปวนอย่างบอกไม่ถูก ความจริง ตอนนี้น่าจะเป็นหน้าร้อนแล้ว แต่ว่ามันก็ยังมีฝนตกที่ไม่ใช่แค่แบบปรอย ๆ แต่หนักจนทำให้ท่วมไปแล้วหลายพื้นที่และบางวันก็เจอได้ทั้ง 4 ฤดุ พอเจออากาศทั้งหนาวทั้งร้อนแบบนี้ ผมก็เลยเกิดอาการหนาวไม่หยุด ทั้ง ๆ ที่คนอื่นๆ เขาก็บอกธรรมดาเรียกง่าย ๆ ว่าผมเป็นไข้นั่นเองครับ!
วันอังคารที่ 29 มีนาคม พ.ศ. 2554
วันพฤหัสบดีที่ 10 มีนาคม พ.ศ. 2554
ประตูฝั่งคนขับมีเสียงดังแก๊กๆ
อาการของมันก็คือมีเสียงดังแก๊ก ๆ ที่ประตูฝั่งคนขับ ใกล้กับตรงที่ขอบประตูด้านบน ถ้ามองเผิน ๆ ก็อาจจะจะบอกว่ามันเป็นที่ตรงก้านล็อคประตูนั่นแหละ แต่พอเอามือไปโยก ๆ ก้านล็อคประตู มันก็ยังไม่มีเสียงตามที่ต้องการ อีกอย่างมันไม่ได้เกิดตลอดเวลา มันเป็นแค่บางครั้งเท่านั้น เลยทำให้หาสาเหตุยากกว่าที่คิด
วันพฤหัสบดีที่ 17 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2554
Junction View ของ Nuvi 1250
พอดีผมลองทำ simulation แล้วผมเห็นว่ามีอะไรหลาย ๆ อย่างที่น่าสนใจหลังจากที่อัพเกรดเฟิร์มแวร์เป็นเวอร์ชั่น 2.30 เลยขอเก็บภาพหน้าจอของ junction view จากเจ้า garmin nuvi 1250 มาฝาก โดยเฉพาะสำหรับคนที่กำลังตัดสินใจซื้อและยังไม่สามารถเลือกได้ว่าจะซื้อตัวไหนดี และถ้าจะซื้อจริง ๆ ตัวไหนน่าจะคุ้มที่สุด
วันพฤหัสบดีที่ 27 มกราคม พ.ศ. 2554
การจอดรถที่ คิงส์ พาวเวอร์ ซ. รางน้ำ
ตามปกติ ผมจะไม่ค่อยอยากขับรถเข้าเมืองตอนเย็นๆ สักเท่าไหรหรอกเพราะไม่ชอบรถมันติด และมักจะติดแบบขยับไปไหนไม่ได้เลยจริง ๆ แต่อย่างว่าแหละ บางครั้งมันก็เลือกไม่ได้เหมือนกันนะครับ ถ้าไม่ไปมันก็ยังไงอยู่ :)
เมื่อเย็นวานนี้ ผมมีโอกาศได้งานร่วมงานแต่งของเพื่อนที่โรงแรมใกล้กันผมเลยออกจากบ้านตั้งแต่ตอน 4 โมงกว่า ๆ จะได้เผื่อเวลาไว้สักหน่อย โดยวิ่งเข้าเส้นพระราม 9 เรื่อย ๆ ไปดินแดงจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่กว่าจะเข้าถึงอนุสาวรีย์ได้ก็ติดมาตั้งแต่สามแยกดินแดงนานมาก พอเข้าถึงอนุสาวรีย์ได้ก็วนออกซ้ายไปเลย แล้วเลี้ยวซอยรางน้ำทันที
เมื่อเย็นวานนี้ ผมมีโอกาศได้งานร่วมงานแต่งของเพื่อนที่โรงแรมใกล้กันผมเลยออกจากบ้านตั้งแต่ตอน 4 โมงกว่า ๆ จะได้เผื่อเวลาไว้สักหน่อย โดยวิ่งเข้าเส้นพระราม 9 เรื่อย ๆ ไปดินแดงจนถึงอนุสาวรีย์ชัยฯ แต่กว่าจะเข้าถึงอนุสาวรีย์ได้ก็ติดมาตั้งแต่สามแยกดินแดงนานมาก พอเข้าถึงอนุสาวรีย์ได้ก็วนออกซ้ายไปเลย แล้วเลี้ยวซอยรางน้ำทันที
วันพุธที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2554
กันขโมยดังกลางดึก
เมื่อคืนนี้ ช่วงตี 3 กว่า ๆ ผมได้ยินเสียงสัณญาณกันขโมยของน้องแจ๊ซดังขึ้น ผมเลยต้องรีบลุกขึ้นไปดูที่ระเบียงสักหน่อย แต่ก็ไม่เห็นว่ามีอะไรเกินขึ้นหรือมีใครมาทำอะไรไกล้ ๆ รถเลย แม้แต่สุนัขแถวนั้นก็ไม่มีสักตัว เพราะตามปกติก็จะมีสุนัข 2-3 ตัวเดินคุมซอยนี้ทุกคืน ถ้าใครเดินมาตอนกลางคืน รับรองว่ามันต้องเห่าต้นรับกันทั้งซอยแน่ ๆ ขนาดผมอยากวิ่งออกกำลังกายในซอยยังไม่กล้า เพราะมักชอบเห่าผมตลอด .. :)
ไหน ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ลองลงไปดูสักหน่อยดีกว่า ซึ่งพอเดินลงไปดูแล้วกดรีโมตเปิดรถแล้วเปิดประตูก็ไม่เห็นว่าจะผิดปกติอะไร เดินสำรวจรอบคันก็ปกติดี ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจ ระหว่างที่เดิน ๆ อยู่นั้น เจ้าสุนัขตัวสีดำที่อยู่ท้ายซอยไกลออกไปสัก 50 เมตรก็เริ่มจะเห่าเสียงดังแล้วววว
ตอนผมเดินจะขึ้นห้อง ลุงที่ทำหน้าที่ยามของตึกบอกผมว่าเมื่อกี้มีรถแทกซี่วิ่งผ่านไปคันหนึ่ง แต่ก็แค่วิ่งผ่านไปเฉยไม่น่าจะทำให้สัณญาณกันขโมยดังได้ มันก็น่าแปลกดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น เพราะผมก็เห็นว่ามีคนเข้าออกตึกเกือบตลอดเวลา ข้างล่างก็มีคุณลุงยามทำหน้าที่อยู่ตลอดทุกคืนและที่สำคัญในซอยนี้ก็มีสุนัขอยู่ 2-3 ตัวที่คอยเป็นยามเฝ้าตลอดซอยนี้ตลอดเวลาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผมคิดในใจว่าที่สัณญาณดังขึ้นนี้น่าจะเป็นเพราะคลื่นวิทยุสื่อสารจากรถแทกซี่คันนั้น เพราะผมเคยลองแล้วกับรถของราชการท่านหนึ่ง พอเปิดวิทยุสื่อสารกำลังจะจูนหาคลื่น สัณญาณกันขโมยของผมก็ดังเลย นั่นแหละที่ผมคิดว่าคลื่นวิทยุมันชนกัน อยากรู้ว่าสัณญาณกันขโมยใช้ความถี่ไหนและเขาจะกลับพร้อมอุปกรณ์จับคลื่นวิทยุเพื่อเปิดประตูรถได้หรือเปล่า น่าสงสัยนะครับ
สิ่งที่ลองเย็นนี้
- ล็อกรถแต่เปิดกระจก จากนั้นดึงสลักแล้วเปิดประตู --> สัณญาณดังตามปกติ แต่ถ้าแค่ดึงสลักขึ้นจะยังไม่มีเสียงดัง ต้องเปิดประตูก่อนนะครับ
ไหน ๆ ผมก็ตื่นขึ้นมาแล้ว ลองลงไปดูสักหน่อยดีกว่า ซึ่งพอเดินลงไปดูแล้วกดรีโมตเปิดรถแล้วเปิดประตูก็ไม่เห็นว่าจะผิดปกติอะไร เดินสำรวจรอบคันก็ปกติดี ไม่เห็นว่าจะมีอะไรน่าสนใจ ระหว่างที่เดิน ๆ อยู่นั้น เจ้าสุนัขตัวสีดำที่อยู่ท้ายซอยไกลออกไปสัก 50 เมตรก็เริ่มจะเห่าเสียงดังแล้วววว
ตอนผมเดินจะขึ้นห้อง ลุงที่ทำหน้าที่ยามของตึกบอกผมว่าเมื่อกี้มีรถแทกซี่วิ่งผ่านไปคันหนึ่ง แต่ก็แค่วิ่งผ่านไปเฉยไม่น่าจะทำให้สัณญาณกันขโมยดังได้ มันก็น่าแปลกดี แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรมากกว่านั้น เพราะผมก็เห็นว่ามีคนเข้าออกตึกเกือบตลอดเวลา ข้างล่างก็มีคุณลุงยามทำหน้าที่อยู่ตลอดทุกคืนและที่สำคัญในซอยนี้ก็มีสุนัขอยู่ 2-3 ตัวที่คอยเป็นยามเฝ้าตลอดซอยนี้ตลอดเวลาเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ผมคิดในใจว่าที่สัณญาณดังขึ้นนี้น่าจะเป็นเพราะคลื่นวิทยุสื่อสารจากรถแทกซี่คันนั้น เพราะผมเคยลองแล้วกับรถของราชการท่านหนึ่ง พอเปิดวิทยุสื่อสารกำลังจะจูนหาคลื่น สัณญาณกันขโมยของผมก็ดังเลย นั่นแหละที่ผมคิดว่าคลื่นวิทยุมันชนกัน อยากรู้ว่าสัณญาณกันขโมยใช้ความถี่ไหนและเขาจะกลับพร้อมอุปกรณ์จับคลื่นวิทยุเพื่อเปิดประตูรถได้หรือเปล่า น่าสงสัยนะครับ
สิ่งที่ลองเย็นนี้
- ล็อกรถแต่เปิดกระจก จากนั้นดึงสลักแล้วเปิดประตู --> สัณญาณดังตามปกติ แต่ถ้าแค่ดึงสลักขึ้นจะยังไม่มีเสียงดัง ต้องเปิดประตูก่อนนะครับ
วันจันทร์ที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2554
เลี้ยวผิด ใครถูกผิดกันแน่?
เหตุเกิดเมื่อตอนช่วงปีใหม่ ผมเดินทางจากหมู่บ้านหนึ่งไปอีกหมู่บ้านหนึ่งและคนละอำเภอแต่ไม่ใกลกันมากนัก โดยที่ก่อนออกเดินทาง ผมก็ทำการค้นหาปลายทางไว้เรียบร้อยแล้ว และก่อนที่เดินทาง ผมก็กลับมาเลือกให้ค้นหาปลายทางโดยเลือกจาก"ข้อมูลล่าสุด" แล้วกดเลือกชื่อที่ผมเคยเลือกไว้เหมือนไม่มีอะไรผิดปกติอะไร
พอผมขับรถมาถึงทางแยกที่จะเข้าทางหลักซึ่งเป็น 3 แยกธรรมดา ผมก็เลี้ยวขวาไปตามที่เจ้า nuvi บอกผมมาตลอดทาง ทันใดนั้น ผู้โดยสารในรถก็ร้องบอกผมว่าให้เลี้ยวซ้าย ไม่ใช่เลี้ยวขวา อ้าววว ก็เจ้า nuvi บอกให้ผมเลี้ยวขวานี่นา ...ผมก็ต้องรีบหาจุดกลับรถโดยด่วน ก่อนที่จะเลยไปไกลกว่านี้ ยังดีว่ารถไม่เยอะ ผมเลยสามารถกลับได้ง่าย ๆ ตรงปากทางเข้าบ้านของคนแถวนั้น :)
หลังจากนั้น ผมคิดมาตลอดทางว่า ผมก็เลือกเส้นทางได้ถูกแล้วนะแต่ทำไมเจ้า nuvi ถึงบอกให้ผมไปผิดเส้นทางได้นะ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ผมเคยใช้ speednavi พาเที่ยวอยู่ครั้งหนึ่งและก็พาหลงทางไปแบบสุด ๆ ตั้งหลายสิบกิโล คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย แต่ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่
เย็นนี้ ผมเข้ามาถึงกรุงเทพ ผมเลยต่อ nuvi กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แล้วดึงเอาไฟล์ข้อมูล mileage.csv ออกมาดูสักกะหน่อย อยากทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ??
จากข้อมูลการเดินทางด้วยไฟล์ mileage ที่ดึงออกมา ผมผิดที่ไปกดเลือกปลายทางเป็นอีกอำเภอหนึ่งซึ่งอยู่ทางขวามือการเดินทางของผม ณ ขณะนั้น ฉะนั้น พอผมทางถึงทางแยก เจ้า nuvi ก็เลยบอกให้ผมเลี้ยวขวาไปแทนที่จะบอกให้เลี้ยวซ้ายกลับบ้านเหมือนเดิม :P
ผมคิดว่า tracklog นั้นเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจใน garmin nuvi 1250 ตัวนี้ โดยข้อมูลที่ได้นั้นจะถูกเก็บเป็นไฟล์ excel ไว้แล้วเราสามารถเรียกดูไฟล์นี้ได้เมื่อเชื่อมต่อเจ้า garmin กับคอมพิวเตอร์ เพื่อดูข้อมูลการเดินทางเช่นเราเดินทางจากที่ไหนไปยังปลายทางที่ไหน ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าว่าที่ gps พาไปผิดทางเป็นเพราะอะไรกันแน่นะครับ
สุดท้าย ผมแนะนำว่า เราควรทำการบ้านให้ดีก่อนออกเดินทาง ด้วยการกำหนดจุดหมายปลายทาง จุดแวะแต่ละจุดไว้ให้ดีเพราะจะได้ไม่ต้องมาคอยเลือกปลายทางตอนขณะขับรถ และ(บางครั้ง)ก่อนที่เราจะทึกทักเอาเองว่าตัว gps ตัวน้อยจะพาหลงทาง ลองคิดดูให้ดีว่าเราเลือกจุดหมายไว้ถูกต้องหรือยัง ยิ่งถ้าต้องมากดเลือกปลายกันขณะขับรถ โอกาศที่จะกดผิดกดถูกมีเยอะจริง ๆ และพลอยจะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยซ้ำครับ
พอผมขับรถมาถึงทางแยกที่จะเข้าทางหลักซึ่งเป็น 3 แยกธรรมดา ผมก็เลี้ยวขวาไปตามที่เจ้า nuvi บอกผมมาตลอดทาง ทันใดนั้น ผู้โดยสารในรถก็ร้องบอกผมว่าให้เลี้ยวซ้าย ไม่ใช่เลี้ยวขวา อ้าววว ก็เจ้า nuvi บอกให้ผมเลี้ยวขวานี่นา ...ผมก็ต้องรีบหาจุดกลับรถโดยด่วน ก่อนที่จะเลยไปไกลกว่านี้ ยังดีว่ารถไม่เยอะ ผมเลยสามารถกลับได้ง่าย ๆ ตรงปากทางเข้าบ้านของคนแถวนั้น :)
หลังจากนั้น ผมคิดมาตลอดทางว่า ผมก็เลือกเส้นทางได้ถูกแล้วนะแต่ทำไมเจ้า nuvi ถึงบอกให้ผมไปผิดเส้นทางได้นะ มันเกิดอะไรขึ้นเหรอ ผมเคยใช้ speednavi พาเที่ยวอยู่ครั้งหนึ่งและก็พาหลงทางไปแบบสุด ๆ ตั้งหลายสิบกิโล คิดแล้วยังเจ็บใจไม่หาย แต่ไม่รู้จริง ๆ ว่าเป็นเพราะอะไรกันแน่
เย็นนี้ ผมเข้ามาถึงกรุงเทพ ผมเลยต่อ nuvi กับเครื่องคอมพิวเตอร์ที่บ้าน แล้วดึงเอาไฟล์ข้อมูล mileage.csv ออกมาดูสักกะหน่อย อยากทราบไหมว่าเกิดอะไรขึ้นครับ ??
จากข้อมูลการเดินทางด้วยไฟล์ mileage ที่ดึงออกมา ผมผิดที่ไปกดเลือกปลายทางเป็นอีกอำเภอหนึ่งซึ่งอยู่ทางขวามือการเดินทางของผม ณ ขณะนั้น ฉะนั้น พอผมทางถึงทางแยก เจ้า nuvi ก็เลยบอกให้ผมเลี้ยวขวาไปแทนที่จะบอกให้เลี้ยวซ้ายกลับบ้านเหมือนเดิม :P
ผมคิดว่า tracklog นั้นเป็นอีกฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจใน garmin nuvi 1250 ตัวนี้ โดยข้อมูลที่ได้นั้นจะถูกเก็บเป็นไฟล์ excel ไว้แล้วเราสามารถเรียกดูไฟล์นี้ได้เมื่อเชื่อมต่อเจ้า garmin กับคอมพิวเตอร์ เพื่อดูข้อมูลการเดินทางเช่นเราเดินทางจากที่ไหนไปยังปลายทางที่ไหน ซึ่งจะทำให้เรารู้ว่าว่าที่ gps พาไปผิดทางเป็นเพราะอะไรกันแน่นะครับ
สุดท้าย ผมแนะนำว่า เราควรทำการบ้านให้ดีก่อนออกเดินทาง ด้วยการกำหนดจุดหมายปลายทาง จุดแวะแต่ละจุดไว้ให้ดีเพราะจะได้ไม่ต้องมาคอยเลือกปลายทางตอนขณะขับรถ และ(บางครั้ง)ก่อนที่เราจะทึกทักเอาเองว่าตัว gps ตัวน้อยจะพาหลงทาง ลองคิดดูให้ดีว่าเราเลือกจุดหมายไว้ถูกต้องหรือยัง ยิ่งถ้าต้องมากดเลือกปลายกันขณะขับรถ โอกาศที่จะกดผิดกดถูกมีเยอะจริง ๆ และพลอยจะทำให้เกิดอุบัติเหตุด้วยซ้ำครับ
วันเสาร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ทำความรู้จักกับ Nuvi 1250
แม้ว่า ผมคิดว่าอาจจะเป็นอธิบายแบบซ้ำกับคู่มือการใช้งานของเครื่อง แต่ผมก็ขออธิบายแบบคร่าว ๆ ละกันว่า หน้าจอแรกของเจ้า Garmin nuvi 1250 มีอะไรบ้างเพราะจะได้เห็นภาพรวมกันสักนิดครับ

แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยสักเท่่าไร แต่ก็อดที่เอ่ยถึงไม่ได้ นั่นคือข้้อความและไอคอนที่บาร์บนสุดของหน้าจอนะครับ..
ถ้ากดไปที่เป็นบาร์ๆ ด้านบนนั้น ก็จะเป็การเรียกดูว่าตอนนี้ เราอยู่ที่ไหน พร้อมกันนั้น เราก็สามารถหาสถานที่ได้อีก 3 แบบคือ โรงพยาบาล สถานีตำรวจและปั้มนำ้มันที่ไกล้ที่สุด เป็นมุมสำหรับฉุกเฉินจริงๆ ครับ
ถัดมาเป็นรูปรถ อันนี้ เอาไว้เปลี่ยนโหมดการเดินทางเช่นแบบรถยนต์ รถบรรทุก และการเดินเท้า ซึ่งแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันออกไป บางชนิดอาจจะแตกต่างกันนิดเองนะครับ
และถ้ากดที่เวลาตรงกลางหน้าจอด้านบน ก็จะเป็นทางลัดเพื่อเข้าไปเปลี่ยนเวลาของเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเมนูเครื่องมือ อีกทีหนึ่ง
ค้นหาตำแหน่ง: จริง ๆ ก็น่าจะเริ่มต้นกันที่ตรงนี้นั่นแหละครับ เพราะเอาไว้สำหรับค้นหาตำแหน่องของปลายทาง เราสามารถเลือกชนิดของการค้นหาได้ตามแต่ละเมนูที่ต้องการเช่น จุดสนใจ ที่พบล่าสุด ที่ใช้ประจำและอื่น ๆ อีกมากมาย
ดูแผนที่: แม้ว่า เราไม่ได้เรียกให้นำทาง ณ ตอนนั้น แต่เราก็สามารถเรียกดูแผนที่ว่า ตอนนี้เราอยู่ไหนแล้ว และเมื่อขับรถไปเรื่อย ๆ ตัวเครื่องก็จะมีเสียงเตือนเช่นกล้องจับฝ่าไฟแดง หรือเตือนแบบอื่น ๆ ที่มีการเพิ่มไว้ในเครื่องเหมือนกันกับตอนนำทาง
ระดับเสียง: ตามชื่อเลยครับ .. เอาไว้สำหรับปรับระดับเสียงหรือปิดเสียงต่างๆ เช่นการนำทาง การกดปุ่มของตัวเครื่อง
เครื่องมือ: สำหรับการตั้งค่าต่าง ๆ เช่นระบบ การนำทาง เวลา ภาษา รวมไปถึงเครื่องมืออย่างอื่น ๆ เช่นนาฬิกาโลก เครื่องคิดเลขที่มีอยู่ในเครื่องด้วย
ปุ่มปิด/เปิด: ปุ่มเปิด/ปิดนั้นจะทำหน้าที่ 2 อย่างด้วยกัน อันแรกก็เปิด/ปิดเครื่องตามชื่อนั่นแหละครับ ส่วนอีกหน้าที่ก็เอาไว้ปรับความสว่างของหน้าจอ และล็อคหน้าจอเพื่อไม่ทำให้เวลาไปโดนปุ่มกดต่างๆ ของเครื่องใช้งานไม่ได้ชั่วคราว
จะสังเกตว่า Garmin ได้เลือกใช้คำที่เข้าใจง่ายและจัดเรียงเมนูต่าง ๆ เพื่อสะดวกในการใช้งาน ทำให้ไม่ปวดขมองในการใช้งานจริงๆ แต่อย่างใดเลย ใช่ไหมครับ
แม้ว่าจะไม่ค่อยได้ใช้งานบ่อยสักเท่่าไร แต่ก็อดที่เอ่ยถึงไม่ได้ นั่นคือข้้อความและไอคอนที่บาร์บนสุดของหน้าจอนะครับ..
ถ้ากดไปที่เป็นบาร์ๆ ด้านบนนั้น ก็จะเป็การเรียกดูว่าตอนนี้ เราอยู่ที่ไหน พร้อมกันนั้น เราก็สามารถหาสถานที่ได้อีก 3 แบบคือ โรงพยาบาล สถานีตำรวจและปั้มนำ้มันที่ไกล้ที่สุด เป็นมุมสำหรับฉุกเฉินจริงๆ ครับ
ถัดมาเป็นรูปรถ อันนี้ เอาไว้เปลี่ยนโหมดการเดินทางเช่นแบบรถยนต์ รถบรรทุก และการเดินเท้า ซึ่งแต่ละแบบก็จะแตกต่างกันออกไป บางชนิดอาจจะแตกต่างกันนิดเองนะครับ
และถ้ากดที่เวลาตรงกลางหน้าจอด้านบน ก็จะเป็นทางลัดเพื่อเข้าไปเปลี่ยนเวลาของเครื่อง โดยไม่จำเป็นต้องเข้าไปในเมนูเครื่องมือ อีกทีหนึ่ง
ค้นหาตำแหน่ง: จริง ๆ ก็น่าจะเริ่มต้นกันที่ตรงนี้นั่นแหละครับ เพราะเอาไว้สำหรับค้นหาตำแหน่องของปลายทาง เราสามารถเลือกชนิดของการค้นหาได้ตามแต่ละเมนูที่ต้องการเช่น จุดสนใจ ที่พบล่าสุด ที่ใช้ประจำและอื่น ๆ อีกมากมาย
ดูแผนที่: แม้ว่า เราไม่ได้เรียกให้นำทาง ณ ตอนนั้น แต่เราก็สามารถเรียกดูแผนที่ว่า ตอนนี้เราอยู่ไหนแล้ว และเมื่อขับรถไปเรื่อย ๆ ตัวเครื่องก็จะมีเสียงเตือนเช่นกล้องจับฝ่าไฟแดง หรือเตือนแบบอื่น ๆ ที่มีการเพิ่มไว้ในเครื่องเหมือนกันกับตอนนำทาง
ระดับเสียง: ตามชื่อเลยครับ .. เอาไว้สำหรับปรับระดับเสียงหรือปิดเสียงต่างๆ เช่นการนำทาง การกดปุ่มของตัวเครื่อง
เครื่องมือ: สำหรับการตั้งค่าต่าง ๆ เช่นระบบ การนำทาง เวลา ภาษา รวมไปถึงเครื่องมืออย่างอื่น ๆ เช่นนาฬิกาโลก เครื่องคิดเลขที่มีอยู่ในเครื่องด้วย
ปุ่มปิด/เปิด: ปุ่มเปิด/ปิดนั้นจะทำหน้าที่ 2 อย่างด้วยกัน อันแรกก็เปิด/ปิดเครื่องตามชื่อนั่นแหละครับ ส่วนอีกหน้าที่ก็เอาไว้ปรับความสว่างของหน้าจอ และล็อคหน้าจอเพื่อไม่ทำให้เวลาไปโดนปุ่มกดต่างๆ ของเครื่องใช้งานไม่ได้ชั่วคราว
จะสังเกตว่า Garmin ได้เลือกใช้คำที่เข้าใจง่ายและจัดเรียงเมนูต่าง ๆ เพื่อสะดวกในการใช้งาน ทำให้ไม่ปวดขมองในการใช้งานจริงๆ แต่อย่างใดเลย ใช่ไหมครับ
วันพฤหัสบดีที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2553
ซื้อเจ้า Nuvi 1250 แล้วนะ
ผมคิดจะซื้อ GPS มาใช้สักตัวหนึ่ง ตั้งแต่ที่ผมเริ่มขับรถแล้วเพราะอยากให้มีตัวช่วยเวลาขับรถไปไหนมาไหนบ้าง โดยเฉพาะที่ที่ไม่เคยไปเลย เพราะผมจะชอบขับเลยทางแยก ทางเข้า และหลงทางอยู่เรื่อย ถ้าได้ตัวช่วยก็น่าจะดีไม่น้อย และจะช่วยประหยัดน้ำมันไปในตัวด้วยครับ
จริง ๆ ผมก็ดูหลาย ๆ ยี่ห้อตามประสาคนอยากได้ :) เข้าเวบหาอ่านบทความรีวิวต่างๆ สาระพัด หลายคนก็บอกอันนี้ดีอย่างนั้น อันนั้นดีอย่างนี้ แต่ก็ได้แค่เก็บข้อมูลไว้เท่านั้น เพราะถ้ายังไม่ได้ซื้อ ไม่มีเป็นของตัวเราเองก็อ่านไปแบบเรื่อยเปื่อย อย่าคิดมาก จนได้มาเป็นของตัวเองสักที.. จึงจะพูดได้เต็มปากว่าดีจริงหรือเปล่า??
เหตุผลง่าย ๆ ที่ผมเลือก Garmin Nuvi 1250 เพราะราคามันถูกและยังถือว่าใหม่ระดับกลาง ซึ่งเมื่อก่อนมันแพงมาก จนต้องหยุดความอยากไว้เลยทีเดียว อีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของแผนที่ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับกันว่า ถ้าเป็นแผนที่ของไทย แผนที่ของ Garmin นั้นเป็นแผนที่ดีที่สุดแล้ว (ถ้าผิดก็ขออภัยด้วย)
อีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของฟังชั่นต่างๆ หรือ feature ที่เป็นแบบเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เพราะยังไงเสีย หน้าที่หลักก็คือใช้เป็นตัวนำทางเท่านั้น
ส่วนพวก bluetooth หรือ fm transmission นั้น ผมคิดว่าน่าจะได้ใช้น้อยมาก มันน่าจะทำให้เสียเวลาตอนที่จะขับรถเพราะเราจะต้องมาคอยเปิดทั้งตัวรับสัณญาณ และ gps ไปด้วย ครั้นจะเอาไว้ทำเองตอนขับรถอยู่นั้นก็คงไม่ดีแน่ ๆ และพอลงจากรถก็ต้องปิดสัณญาณอีกครั้ง
อีกอันหนึ่งก็คือแผนที่แบบ 3D - ผมมองว่าไม่จำเป็นครับ เพราะถ้าหน้าจอเล็กแล้วมีรูปตึกมาอยู่ข้างถนนทั้งสองฝั่ง จะทำให้การมองแผนที่ลำบากมากขึ้น(เขาเรียกว่า eye candy) แต่ถ้าเป็นจอ 7 นิ้วขึ้นไปแล้วมีภาพตึกสวย ๆ ประดับไว้ก็น่าจะพอไหว ฉะนั้นแผนที่ 3D ไม่จำเป็นครับ
ถามว่า ทำไม่เลือกเป็น widescreen เพื่อจะได้หน้าจอที่ใหญ่กว่า?
ผมคิดว่าแค่นี้ น่าจะพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น และเวลาติดตั้งที่หน้ารถก็จะได้ไม่บดบังทัศนียภาพการมอง (แค่เสาข้างซ้ายขวาที่ว่าเล็กแล้ว ผมยังอยากตัดทิ้งเลยเวลาเลี้ยวหรือกลับรถ กลัวว่าจะไปปีนฟุตบาทซะก่อน) รวมทั้งเวลาที่จะพกพาติดตัวไปด้วยอาจจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร ที่สำคัญ.. เป็นการ save money (อีกครั้ง)ครับ..
อย่างไรก็ตาม เจ้า garmin nuvi 1250 ก็มีพวกฟังค์ชั่นแบบพื้น ๆ เช่น photo viewer, calculator, world clock, world map และพวก utility tools อีกนิดหน่อยก็น่าจะพอแล้วละ บางที พวกฟังค์ชั่นเหล่านี้ ผมยังคิดว่าใช้มือถือ(ที่เป็น touch screen)ทำหน้าที่แทนก็ยังได้ครับ
ก่อนจบบทความวันนี้ ผมขอเอาหน้าจอแรกของ Garmin Nuvi 1250 มาโชว์ดีกว่าครับ

โปรดติดตามวิธีการใช้หรือบทรีวิวแบบบ้าน ๆ ได้ในตอนต่อไปครับ.. :)
จริง ๆ ผมก็ดูหลาย ๆ ยี่ห้อตามประสาคนอยากได้ :) เข้าเวบหาอ่านบทความรีวิวต่างๆ สาระพัด หลายคนก็บอกอันนี้ดีอย่างนั้น อันนั้นดีอย่างนี้ แต่ก็ได้แค่เก็บข้อมูลไว้เท่านั้น เพราะถ้ายังไม่ได้ซื้อ ไม่มีเป็นของตัวเราเองก็อ่านไปแบบเรื่อยเปื่อย อย่าคิดมาก จนได้มาเป็นของตัวเองสักที.. จึงจะพูดได้เต็มปากว่าดีจริงหรือเปล่า??
เหตุผลง่าย ๆ ที่ผมเลือก Garmin Nuvi 1250 เพราะราคามันถูกและยังถือว่าใหม่ระดับกลาง ซึ่งเมื่อก่อนมันแพงมาก จนต้องหยุดความอยากไว้เลยทีเดียว อีกข้อหนึ่งก็คือเรื่องของแผนที่ที่ใคร ๆ ก็ยอมรับกันว่า ถ้าเป็นแผนที่ของไทย แผนที่ของ Garmin นั้นเป็นแผนที่ดีที่สุดแล้ว (ถ้าผิดก็ขออภัยด้วย)
อีกเหตุผลหนึ่งก็คงเป็นเรื่องของฟังชั่นต่างๆ หรือ feature ที่เป็นแบบเรียบง่าย ไม่ได้หวือหวาอะไรมากนัก เพราะยังไงเสีย หน้าที่หลักก็คือใช้เป็นตัวนำทางเท่านั้น
ส่วนพวก bluetooth หรือ fm transmission นั้น ผมคิดว่าน่าจะได้ใช้น้อยมาก มันน่าจะทำให้เสียเวลาตอนที่จะขับรถเพราะเราจะต้องมาคอยเปิดทั้งตัวรับสัณญาณ และ gps ไปด้วย ครั้นจะเอาไว้ทำเองตอนขับรถอยู่นั้นก็คงไม่ดีแน่ ๆ และพอลงจากรถก็ต้องปิดสัณญาณอีกครั้ง
อีกอันหนึ่งก็คือแผนที่แบบ 3D - ผมมองว่าไม่จำเป็นครับ เพราะถ้าหน้าจอเล็กแล้วมีรูปตึกมาอยู่ข้างถนนทั้งสองฝั่ง จะทำให้การมองแผนที่ลำบากมากขึ้น(เขาเรียกว่า eye candy) แต่ถ้าเป็นจอ 7 นิ้วขึ้นไปแล้วมีภาพตึกสวย ๆ ประดับไว้ก็น่าจะพอไหว ฉะนั้นแผนที่ 3D ไม่จำเป็นครับ
ถามว่า ทำไม่เลือกเป็น widescreen เพื่อจะได้หน้าจอที่ใหญ่กว่า?
ผมคิดว่าแค่นี้ น่าจะพอแล้วสำหรับการเริ่มต้น และเวลาติดตั้งที่หน้ารถก็จะได้ไม่บดบังทัศนียภาพการมอง (แค่เสาข้างซ้ายขวาที่ว่าเล็กแล้ว ผมยังอยากตัดทิ้งเลยเวลาเลี้ยวหรือกลับรถ กลัวว่าจะไปปีนฟุตบาทซะก่อน) รวมทั้งเวลาที่จะพกพาติดตัวไปด้วยอาจจะไม่ค่อยสะดวกสักเท่าไร ที่สำคัญ.. เป็นการ save money (อีกครั้ง)ครับ..
อย่างไรก็ตาม เจ้า garmin nuvi 1250 ก็มีพวกฟังค์ชั่นแบบพื้น ๆ เช่น photo viewer, calculator, world clock, world map และพวก utility tools อีกนิดหน่อยก็น่าจะพอแล้วละ บางที พวกฟังค์ชั่นเหล่านี้ ผมยังคิดว่าใช้มือถือ(ที่เป็น touch screen)ทำหน้าที่แทนก็ยังได้ครับ
ก่อนจบบทความวันนี้ ผมขอเอาหน้าจอแรกของ Garmin Nuvi 1250 มาโชว์ดีกว่าครับ
โปรดติดตามวิธีการใช้หรือบทรีวิวแบบบ้าน ๆ ได้ในตอนต่อไปครับ.. :)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Wikipedia
ผลการค้นหา