วันนี้ ผมลาเช้าครึ่งวันเพราะจะเอารถเข้าเช็คสุขภาพก่อนเดินทางสำหรับอาทิตย์ที่สองของเดือนธันวา เผื่อขาดเหลืออะไรจะได้เช็คแล้วแก้ได้ทัน :)
จริง ๆ ผมนัดไว้ตั้งแต่ต้นเดือน แต่ถ้าเข้าเร็วก็ทำให้เวลาขับทางไกลไม่ได้อารมณ์ ไม่นุ่ม เบรคไม่ดี ไม่ใช่ว่ามันสึกกร่อนไปหมดแล้วนะแต่เวลาเหยียบเบรคมักจะมีเสียงเหมือนอะไหล่มันสึก แม้จะไม่มากแต่ก็คิดว่าน่าจะต้องเปลี่ยนเร็ว ๆ นี้ ตอนนี้ก็ปาไป 3.4 หมื่นกว่าโลแล้ว เลยนัดไว้แต่เนิ่น ๆ แต่ดีที่ทางศูนย์โทรมาเช็คเมื่อวานเป็นการคอนเฟิร์มอีกทีหรือเตือนความจำประมาณนั้น
ถ้าถามว่าศูนย์ฮอนด้านครินทร์ดีไหม ?? โดยส่วนตัวแล้ว ผมว่าเขาก็บริการดีนะ เพราะผมออกรถที่นี่ เวลาเช็คระยะ เช็คอะไรต่าง ๆ ก่อนเดินทาง ผมก็เข้าใช้บริการที่นี่หมด ถ้าเรานัดจะเอารถเข้าศูนย์ แล้วทางศูนย์ก็จะโทรมาลอกล่วงหน้าหนึ่งวันเพื่อเตือนความจำกับลูกค้า แบบนี้ดีครับเพราะบางทีถ้านัดไว้นานอาจจะลืมก็มี :)
ตอนที่ผมเคลมประกันตอนสิ้นปีแรก ซึ่งก็ไม่มีอะไรมากหรอกแค่ลบรอยครูด รอยข่วนรอบคัน ส่วนใหญ่ก็บนสะเกิร์ต เขาก็จัดการติดต่อประกัน ออกเอกสารให้หมด ช่างก็จะโทรบอกเราเป็นระยะ ๆ ว่ากำลังทำอะไรอยู่บ้าง พอเสร็จมอบงานตรงเวลาดี แต่อาจจะเป็นเพราะงานของผมง่ายไปด้วยมั้งเลยไม่มีปัญหา ถ้าแบบชนแรง ๆ มาก็อาจจะมีปัญหาความล่าช้าบ้างล่ะ เอาเป็นว่าขึ้นอยู่อาการของรถเนอะ
เช้านี้ ประมาณ 7 โมงครึ่งผมก็ขับรถไปตามนัด เอารถเข้าจอดที่ศูนย์ตอนประมาณ 8 โมง พอผมวิ่งเข้าศูนย์ก็เห็นมีพนักงานผู้หญิงคนหนึ่งถือบัตรนัดมายืนรอที่ทางเข้าแล้ว ไม่ต้องไปวิ่งหาใครต่อใครให้วุ่นวายเพื่อบอกว่าผมเอารถเข้าศูนย์มาแล้วนะครับ จากนั้น ผมก็คุยกับพนักงานสาวคนนนั้นที่เคาน์เตอร์ จัดการเรื่องเอกสารแป๊บหนึ่งก็เสร็จ แล้วผมก็เดินตัวปลิวพร้อมกระดาษเอาไว้รับรถรับรถเดินออกจากศูนย์ไปขึ้นรถเมล์กลับบ้าน :P
ตอนบ่ายผมไม่ว่างจะมารับรถ ผมเลยบอกเขาว่าจะมารับรถวันพรุ่งนี้แทนล่ะกันครับ ...
วันศุกร์ที่ 27 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันพุธที่ 25 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ได้ยินเสียงดังตุ๊บข้างหลัง
วันนี้ ผมกลับบ้านดึกเพราะมีประชุมทีม ซึ่งตามปกติผมก็จะมีประชุมแบบนี้ประมาณเดือนละ 1 - 2 ครั้งแล้วแต่โอกาศ
ผมออกจากที่ทำงานประมาณ 3 ทุ่มเศษ สังเกตว่ารถเยอะเหมือนกันแต่ก็พอได้ไม่ติด มีซิ่งบ้างบางช่วง ตอนแรกผมก็คิดว่าจะไปออกพระราม 4 ที่แยกพระโขนงแต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ไปออกสุขุมวิท 42 เหมือนเดิมเฮอะ
พอผมเลี้ยวขวาเข้าสุขุมวิทเสร็จก็มีชะลอตัวนิดหน่อย จนถึงแยกอ่อนนุช พอเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอ่อนนุชเท่านั้นแหละ ผมก็ต้องหยุดรถไปชั่วขณะ ดูแล้ววุ่นวายมาก นี่ยังไม่พ้นแยกปากทางเข้าเลยนะเนี่ย
ก่อนถึงทางข้ามถนนตรงหน้าคาร์ฟูร์ ก็มีอาการออกเสียว ๆ นิดเพราะมีแทกซี่จะหลบรถสองแถวที่จอดเลนขวาออกมาเข้าเลนใน แต่ผมไม่ยอมให้เข้ามาเพราะเขายังอยู่อีกไกล และมันกระชั้นชิดเกินไป ยังไงผมต้องพ้นก่อนที่เขาจะหลบรถคันข้างหน้าเขาให้ได้ก่อน
พอผมผ่านไปได้ไม่ไกลเลย แค่พอแซงเขาไปเท่านั้นแหละ ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บข้างหลัง เอาล่ะสิ ... โดนเข้าแล้ว รถของเราเปล่าหว่า ?? ถ้าเป็นรถของเรามันน่าจะมีอาการสั่นสะเทือนมากกว่านี้นะ จอดมอไปข้างเห็นพี่แทกซี่ลงมายืนมองหน้ารถ วน 2-3 รอบ เออ. ไม่น่าจะเกี่ยวกับผมหรอกมั้ง กลับบ้านดีกว่า ...
ผมขับรถไปก็ใจจดใจจ่ออยู่ว่ามันโดนเราตรงไหนหรือป่าว ผอเลยแยกไฟแดงซอย 11 ผมก็แวะเข้าปั้มคาร์ลเท็ก ขอเช็คสุขภาพรถก่อนนะ
พอผมจอดรถเสร็จ ผมก็ลงมอง ๆ ข้างหลังแอบไปหยิบเอาหน้งสือพิมพ์จากเบาะหลังมาทิ้งไว้ข้างหน้า ประมาณแค่ไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเก็บไว้ข้างหน้า คงไม่มีใครอยากอ่านหนังสืมพิมพ์หรอกมั้ง ถ้าขับรถกลางคืนแบบนั้น ใครจะคิดยังไงก็ตาม ผมแค่อยากลงไปดูรถของผมว่าโดนอะไรหรือเปล่า ก็เท่านั้นเอง
เมื่อสำรวจเรียบร้อยว่าไม่มีอะไรค่อยโล่งอกไป ผมก็ขับรถออกจากปั้มกลับบ้าน สบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะยังสงสัยว่าเขาโดนอะไรมั้ง :P
ผมออกจากที่ทำงานประมาณ 3 ทุ่มเศษ สังเกตว่ารถเยอะเหมือนกันแต่ก็พอได้ไม่ติด มีซิ่งบ้างบางช่วง ตอนแรกผมก็คิดว่าจะไปออกพระราม 4 ที่แยกพระโขนงแต่คิดไปคิดมา ไม่เอาดีกว่า ไปออกสุขุมวิท 42 เหมือนเดิมเฮอะ
พอผมเลี้ยวขวาเข้าสุขุมวิทเสร็จก็มีชะลอตัวนิดหน่อย จนถึงแยกอ่อนนุช พอเลี้ยวซ้ายเข้าซอยอ่อนนุชเท่านั้นแหละ ผมก็ต้องหยุดรถไปชั่วขณะ ดูแล้ววุ่นวายมาก นี่ยังไม่พ้นแยกปากทางเข้าเลยนะเนี่ย
ก่อนถึงทางข้ามถนนตรงหน้าคาร์ฟูร์ ก็มีอาการออกเสียว ๆ นิดเพราะมีแทกซี่จะหลบรถสองแถวที่จอดเลนขวาออกมาเข้าเลนใน แต่ผมไม่ยอมให้เข้ามาเพราะเขายังอยู่อีกไกล และมันกระชั้นชิดเกินไป ยังไงผมต้องพ้นก่อนที่เขาจะหลบรถคันข้างหน้าเขาให้ได้ก่อน
พอผมผ่านไปได้ไม่ไกลเลย แค่พอแซงเขาไปเท่านั้นแหละ ก็ได้ยินเสียงดังตุ๊บข้างหลัง เอาล่ะสิ ... โดนเข้าแล้ว รถของเราเปล่าหว่า ?? ถ้าเป็นรถของเรามันน่าจะมีอาการสั่นสะเทือนมากกว่านี้นะ จอดมอไปข้างเห็นพี่แทกซี่ลงมายืนมองหน้ารถ วน 2-3 รอบ เออ. ไม่น่าจะเกี่ยวกับผมหรอกมั้ง กลับบ้านดีกว่า ...
ผมขับรถไปก็ใจจดใจจ่ออยู่ว่ามันโดนเราตรงไหนหรือป่าว ผอเลยแยกไฟแดงซอย 11 ผมก็แวะเข้าปั้มคาร์ลเท็ก ขอเช็คสุขภาพรถก่อนนะ
พอผมจอดรถเสร็จ ผมก็ลงมอง ๆ ข้างหลังแอบไปหยิบเอาหน้งสือพิมพ์จากเบาะหลังมาทิ้งไว้ข้างหน้า ประมาณแค่ไปหยิบหนังสือพิมพ์มาเก็บไว้ข้างหน้า คงไม่มีใครอยากอ่านหนังสืมพิมพ์หรอกมั้ง ถ้าขับรถกลางคืนแบบนั้น ใครจะคิดยังไงก็ตาม ผมแค่อยากลงไปดูรถของผมว่าโดนอะไรหรือเปล่า ก็เท่านั้นเอง
เมื่อสำรวจเรียบร้อยว่าไม่มีอะไรค่อยโล่งอกไป ผมก็ขับรถออกจากปั้มกลับบ้าน สบายใจขึ้นมานิดหนึ่ง เพราะยังสงสัยว่าเขาโดนอะไรมั้ง :P
วันอาทิตย์ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ฮอนด้า ฟรีดมาแล้ว
ช่วงนี้อาจจะเห็นว่าทาง Honda ปล่อยโฆษณาเปิดตัวของ Honda Freed ที่เพิ่งนำเข้ามาขายในบ้านเรา เพราะก่อนหน้านี้ ฮอนด้าขายรถรุ่นนี้เฉพาะในญี่ปุ่น และถ้าผมจำไม่ผิด ฮอนด้าได้นำรถรุ่นนี้มาโชว์ในงานมอเตอร์โชว์ครั้งหนึ่งแล้ว ซึ่งนั่นก็น่าจะพอเดาได้ว่าทางฮอนด้าคงจะนำเข้าทำตลาดในบ้านเราแน่ ๆ
โดยทั่วไป ผมว่า Freed เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก มองดูรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นรถที่มีภายในกว้างขวาง เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวจริง ๆ เวลาเดินทางไปด้วยกันเยอะ ๆ แต่จัดอยู่ในรุ่นประหยัดน้ำมันเพราะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก ผมว่านี่เป็นจุดขายที่สำคัญของฮอนด้าฟรีด เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันไม่มีท่าทีว่าจะลดลงได้อีกแล้ว มีแต่ขึ้นอย่างเดียว :)
ถ้ามองกลับไปที่ฮอนด้าแจ๊ซ ซึ่งอาจจะเรียกว่าศิษย์ผู้พี่หรือพี่ชายก็แล้วแต่จะเรียกขานกันไป แม้ว่าดูจากภายนอกแล้วจะรู้สึกว่าเป็นรถคันเล็กและเรียว ไม่เหมาะกับการใช้งาน แต่ผมว่าเขาออกแบบมาให้มีหลังคาสูงโปร่ง นั่งสบาย หัวเข่าไม่ชิดเบาะข้างหน้าเวลาที่อยู่นั่งข้างใน และสามารถพับเบาะสำหรับบรรทุกของที่ด้านหลังได้เยอะกว่าที่คิดอีก และมากกว่าาอีกหลาย ๆ ยี่ห้อที่เป็น hatchback ด้วยกันซะอีก
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ค่อยจะปลื้มกับราคามากเท่าไหรนัก ผมว่ามันฮอนด้าอาจจะเคาะราคาแพงไปสักนิดเมื่อเทียบกับรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบนี้ แต่ก็อย่างที่บอกแหละว่ารถมีการปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุดซึ่งทำให้รถดูดี และเหมาะกับการเป็นรถเอนกประสงค์โดยแท้จริงกว่าฮอนด้าแจ๊ซที่ผมขับอยู่ตอนนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่าถ้ามองเผิน ๆ มันก็ฮอนด้าแจ๊ซดี ๆ นี่เอง อันนี้ก็แล้วแต่จะตีความกันเอาเอง
ราคาของฮอนด้า ฟรีด ณ วันนี้ (24-11-2009)
รุ่น S - 894,500 บาท
รุ่น E - 974,500 บาท
รุ่น E Sport - 1,014,500 บาท
รุ่น E Navi Sport - 1,074,500 บาท
ยังไง ๆ ผมว่าต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า ฮอนด้าจะประสบความสำเร็จกับฮอนด้าฟรีดมากน้อยแค่ไหน และจะทำใด้เหมือนกับออนด้าแจ๊ซที่ได้รับความนิยมกันมาตลอดหรือไม่
โดยทั่วไป ผมว่า Freed เป็นรุ่นที่น่าสนใจมาก มองดูรูปลักษณ์ทั้งภายในและภายนอกแล้วทำให้รู้สึกว่าเป็นรถที่มีภายในกว้างขวาง เหมาะสำหรับเป็นรถครอบครัวจริง ๆ เวลาเดินทางไปด้วยกันเยอะ ๆ แต่จัดอยู่ในรุ่นประหยัดน้ำมันเพราะใช้เครื่องยนต์ขนาดเล็ก ผมว่านี่เป็นจุดขายที่สำคัญของฮอนด้าฟรีด เพราะตอนนี้ราคาน้ำมันไม่มีท่าทีว่าจะลดลงได้อีกแล้ว มีแต่ขึ้นอย่างเดียว :)
ถ้ามองกลับไปที่ฮอนด้าแจ๊ซ ซึ่งอาจจะเรียกว่าศิษย์ผู้พี่หรือพี่ชายก็แล้วแต่จะเรียกขานกันไป แม้ว่าดูจากภายนอกแล้วจะรู้สึกว่าเป็นรถคันเล็กและเรียว ไม่เหมาะกับการใช้งาน แต่ผมว่าเขาออกแบบมาให้มีหลังคาสูงโปร่ง นั่งสบาย หัวเข่าไม่ชิดเบาะข้างหน้าเวลาที่อยู่นั่งข้างใน และสามารถพับเบาะสำหรับบรรทุกของที่ด้านหลังได้เยอะกว่าที่คิดอีก และมากกว่าาอีกหลาย ๆ ยี่ห้อที่เป็น hatchback ด้วยกันซะอีก
อย่างไรก็ตาม ผมไม่ค่อยจะปลื้มกับราคามากเท่าไหรนัก ผมว่ามันฮอนด้าอาจจะเคาะราคาแพงไปสักนิดเมื่อเทียบกับรถที่มีเครื่องยนต์ขนาดเล็กแบบนี้ แต่ก็อย่างที่บอกแหละว่ารถมีการปรับปรุง/เปลี่ยนแปลงหลาย ๆ จุดซึ่งทำให้รถดูดี และเหมาะกับการเป็นรถเอนกประสงค์โดยแท้จริงกว่าฮอนด้าแจ๊ซที่ผมขับอยู่ตอนนี้ ซึ่งหลายคนอาจจะบอกว่าถ้ามองเผิน ๆ มันก็ฮอนด้าแจ๊ซดี ๆ นี่เอง อันนี้ก็แล้วแต่จะตีความกันเอาเอง
ราคาของฮอนด้า ฟรีด ณ วันนี้ (24-11-2009)
รุ่น S - 894,500 บาท
รุ่น E - 974,500 บาท
รุ่น E Sport - 1,014,500 บาท
รุ่น E Navi Sport - 1,074,500 บาท
ยังไง ๆ ผมว่าต้องคอยติดตามกันต่อไปว่า ฮอนด้าจะประสบความสำเร็จกับฮอนด้าฟรีดมากน้อยแค่ไหน และจะทำใด้เหมือนกับออนด้าแจ๊ซที่ได้รับความนิยมกันมาตลอดหรือไม่
วันอังคารที่ 10 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
วันนี้ขับรถสบายใจมาก
วันนี้ ผมจะตื่นสายสักหน่อย รถติดตรงปากซอยอ่อนนุชชนิดที่เรียกว่าเริ่มชะลอตั้งแต่หน้าคอนโด LPN เลยแหละกว่าจะถึงปากซอยจริงๆ ก็เสียเวลามากว่าเหมือนกันเพราะตามปกติจะใช้เวลานิดเดียวเท่านั้นเอง แต่ยังดีที่ไม่เจออะไรที่น่าหมั่นใส้ ทำให้เสียอารมณ์ตอนขับรถ
อย่างไรก็ตาม ตอนที่ผมกำลังจะเข้าปั้ม ผมเห็ยนว่ามีรถตู้คันหนึ่งวิ่งออกมา ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะเป็นทางเข้ามากกว่าทางออก เพราะถ้าขับรถมาจากแยกพระโขนงเข้าพระราม คุณต้องเจอทางเข้าตรงนี้ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งมันห็นง่าย ๆ เอง แต่อาจจะเป็นเพราะความมักง่ายของคนขับรถตู้คันนั้น ที่พอเติมน้ำมันเสร็จ เขากลับรถในปั้มเพื่อจะไปออกตรงทางเข้าตรงนั้น ซึ่งอาจจะเป็นการลักไก่เพื่อตัดเข้าซอยที่จะทะลุสุขุมวิทอีกทีหนึ่งได้
ผมก็โอนะ อยากทำแบบนี้ก็ทำไป เดี๋ยวผมก็แซะเข้าไปเรื่อย ๆ เพราะยังไงเสียตอนนี้ รถของผมก็บังเขาอยู่ ทำให้มองว่ามีรถตามหลังผมมาหรือเปล่า และถ้าเขาจะตัดเข้าไปในซอย ผมว่าคงมีคนอื่นๆ ที่ขับรถตามหลังผมสวดเขาเยอะแน่ ๆ รถเยอะแต่เช้าแบบนี้ แต่เอาความมักง่ายของเองมาใช้เพื่อข้ามถนนเข้าไปในซอยอีกที
วันนี้ ผมเติมแก๊สโซฮออล์ 91 และผมก็เติมไป 800 บาทเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ ได้มา 25.856 ลิตร ๆ ละ 30.94 บาท ราคาก็ยังไม่เปลี่ยนจากงวดที่แล้ว แต่ ปตท. ไม่มีอะไรแถมเหมือนของปั้มเอสโซ่อ่ะ เพราะไฟเตือนมาตั้งแต่เมื่อวาน เช้านี้นรถก็ติดแล้วด้วย ถ้ารอตอนเย็นไปเติมที่ปั้มเอสโซ่ พระราม 4 คงไม่ได้หรอก อาจจะต้องเข็นรถกันสักที่ .. :)
สรุปคือผมก็ยังอารมณ์ดีได้ตลอดเส้นทาง ถึงแม้รถจะติดหนักหนาสาหัสยังไง แต่ถ้าไม่โดนพวกที่ชอบแซะ เบียด หรือจี้ท้ายมานะ ผมจะรู้สึกดี ๆ แบบนี้ได้เสมอ :)
อย่างไรก็ตาม ตอนที่ผมกำลังจะเข้าปั้ม ผมเห็ยนว่ามีรถตู้คันหนึ่งวิ่งออกมา ซึ่งผมก็คิดว่าน่าจะเป็นทางเข้ามากกว่าทางออก เพราะถ้าขับรถมาจากแยกพระโขนงเข้าพระราม คุณต้องเจอทางเข้าตรงนี้ก่อนอยู่แล้ว ซึ่งมันห็นง่าย ๆ เอง แต่อาจจะเป็นเพราะความมักง่ายของคนขับรถตู้คันนั้น ที่พอเติมน้ำมันเสร็จ เขากลับรถในปั้มเพื่อจะไปออกตรงทางเข้าตรงนั้น ซึ่งอาจจะเป็นการลักไก่เพื่อตัดเข้าซอยที่จะทะลุสุขุมวิทอีกทีหนึ่งได้
ผมก็โอนะ อยากทำแบบนี้ก็ทำไป เดี๋ยวผมก็แซะเข้าไปเรื่อย ๆ เพราะยังไงเสียตอนนี้ รถของผมก็บังเขาอยู่ ทำให้มองว่ามีรถตามหลังผมมาหรือเปล่า และถ้าเขาจะตัดเข้าไปในซอย ผมว่าคงมีคนอื่นๆ ที่ขับรถตามหลังผมสวดเขาเยอะแน่ ๆ รถเยอะแต่เช้าแบบนี้ แต่เอาความมักง่ายของเองมาใช้เพื่อข้ามถนนเข้าไปในซอยอีกที
วันนี้ ผมเติมแก๊สโซฮออล์ 91 และผมก็เติมไป 800 บาทเหมือนทุกครั้งนั่นแหละ ได้มา 25.856 ลิตร ๆ ละ 30.94 บาท ราคาก็ยังไม่เปลี่ยนจากงวดที่แล้ว แต่ ปตท. ไม่มีอะไรแถมเหมือนของปั้มเอสโซ่อ่ะ เพราะไฟเตือนมาตั้งแต่เมื่อวาน เช้านี้นรถก็ติดแล้วด้วย ถ้ารอตอนเย็นไปเติมที่ปั้มเอสโซ่ พระราม 4 คงไม่ได้หรอก อาจจะต้องเข็นรถกันสักที่ .. :)
สรุปคือผมก็ยังอารมณ์ดีได้ตลอดเส้นทาง ถึงแม้รถจะติดหนักหนาสาหัสยังไง แต่ถ้าไม่โดนพวกที่ชอบแซะ เบียด หรือจี้ท้ายมานะ ผมจะรู้สึกดี ๆ แบบนี้ได้เสมอ :)
วันอาทิตย์ที่ 8 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
ฮอนด้ารับอานิสงส์อาฟตา เคาะราคา "ฟรีด" ส่งมอบปีใหม่
ฮอนด้าเตรียมส่งมินิ เอ็มพีวี "ฟรีด" นำเข้าจากอินโดนีเซียเจาะตลาดครอบครัวสมัยใหม่ หลังจากเผยโฉมในงานบางกอกมอเตอร์โชว์ 2009
แหล่งข่าวจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ เปิด เผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หลังจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กฮอนด้า ฟรีด (Freed) มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2009 ที่ไบเทค บางนา เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ฮอนด้าได้เตรียมการทำตลาดรถยนต์โมเดลใหม่ ล่าสุดฮอนด้าได้ทำแบบสำรวจความพึงพอใจในรูปลักษณ์และสมรรถนะเครื่องยนต์ของฮอนด้า รุ่นฟรีด ซึ่งผลสำรวจออกมาในระดับน่าพึงพอใจมาก ทำให้ ฮอนด้าตัดสินใจแนะนำรถ เพื่อเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มครอบครัวที่ต้องการรถขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมันแต่มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานวันทำงานและวันพักผ่อน
สำหรับฮอนด้า ฟรีด เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมขายที่ญี่ปุ่นเมื่อกลางปีที่แล้ว พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับแจ๊ซ และซิตี้ โดยปรับยืดระยะฐานล้อให้ตัวรถมีความกว้างขวางเพื่อรองรับกับเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง (หรือ 8 ที่นั่ง) ที่พับเก็บได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์เดียวกับที่วางใน แจ๊ซและซิตี้ ขนาด 1,500 ซีซี SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า (สเปคไทยอย่างเป็นทางการยังไม่เปิดเผย คาดว่าจะขยับแรงม้าเป็น 120 แรงม้า)
สำหรับฮอนด้า ฟรีดที่จะจำหน่ายในไทย ผลิตขึ้นในโรงงานฮอนด้า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานในการส่งรถยนต์เอ็มพีวี และได้สิทธิประโยชน์เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ทั้งนี้ ฮอนด้ากำหนดราคาจำหน่ายฟรีดไว้เบื้องต้นที่ 8 แสนบาท ซึ่งไม่สูงนัก คาดว่าเป็นราคาที่รวมเอาส่วนลดของภาษีอาฟตา ซึ่งจะลดลงเหลือ 0% ในปี 2553 ดังนั้นกลยุทธ์ที่จะถูกนำมาใช้ คล้ายกับเมื่อครั้งที่รัฐบาลลดภาษีรถเชื้อเพลิง อี20 ที่ฮอนด้าประกาศราคาขายและเปิดจองในงานมหกรรมยานยนต์ปลายปี แต่จะส่งรถได้หลังวันที่ 1 ม.ค.2553 หลังภาษีมีผล
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
แหล่งข่าวจากตัวแทนจำหน่ายรถยนต์ เปิด เผยกับ "กรุงเทพธุรกิจ" ว่า หลังจาก บริษัท ฮอนด้า ออโตโมบิล (ประเทศไทย) จำกัด ได้นำรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็กฮอนด้า ฟรีด (Freed) มาจัดแสดงในงานบางกอก อินเตอร์เนชั่นแนล มอเตอร์โชว์ 2009 ที่ไบเทค บางนา เมื่อเดือน เม.ย.ที่ผ่านมา ขณะนี้ฮอนด้าได้เตรียมการทำตลาดรถยนต์โมเดลใหม่ ล่าสุดฮอนด้าได้ทำแบบสำรวจความพึงพอใจในรูปลักษณ์และสมรรถนะเครื่องยนต์ของฮอนด้า รุ่นฟรีด ซึ่งผลสำรวจออกมาในระดับน่าพึงพอใจมาก ทำให้ ฮอนด้าตัดสินใจแนะนำรถ เพื่อเสริมไลน์ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มครอบครัวที่ต้องการรถขนาดเล็ก ประหยัดน้ำมันแต่มีความอเนกประสงค์ในการใช้งานวันทำงานและวันพักผ่อน
สำหรับฮอนด้า ฟรีด เป็นรถยนต์อเนกประสงค์ขนาดเล็ก เปิดตัวอย่างเป็นทางการพร้อมขายที่ญี่ปุ่นเมื่อกลางปีที่แล้ว พัฒนาบนพื้นฐานเดียวกับแจ๊ซ และซิตี้ โดยปรับยืดระยะฐานล้อให้ตัวรถมีความกว้างขวางเพื่อรองรับกับเบาะ 3 แถว 7 ที่นั่ง (หรือ 8 ที่นั่ง) ที่พับเก็บได้หลายรูปแบบ เครื่องยนต์เดียวกับที่วางใน แจ๊ซและซิตี้ ขนาด 1,500 ซีซี SOHC 4 สูบ 16 วาล์ว i-VTEC ให้กำลังสูงสุด 118 แรงม้า (สเปคไทยอย่างเป็นทางการยังไม่เปิดเผย คาดว่าจะขยับแรงม้าเป็น 120 แรงม้า)
สำหรับฮอนด้า ฟรีดที่จะจำหน่ายในไทย ผลิตขึ้นในโรงงานฮอนด้า อินโดนีเซีย ซึ่งเป็นฐานในการส่งรถยนต์เอ็มพีวี และได้สิทธิประโยชน์เขตการค้าเสรีอาเซียน หรืออาฟตา ทั้งนี้ ฮอนด้ากำหนดราคาจำหน่ายฟรีดไว้เบื้องต้นที่ 8 แสนบาท ซึ่งไม่สูงนัก คาดว่าเป็นราคาที่รวมเอาส่วนลดของภาษีอาฟตา ซึ่งจะลดลงเหลือ 0% ในปี 2553 ดังนั้นกลยุทธ์ที่จะถูกนำมาใช้ คล้ายกับเมื่อครั้งที่รัฐบาลลดภาษีรถเชื้อเพลิง อี20 ที่ฮอนด้าประกาศราคาขายและเปิดจองในงานมหกรรมยานยนต์ปลายปี แต่จะส่งรถได้หลังวันที่ 1 ม.ค.2553 หลังภาษีมีผล
โดย : กรุงเทพธุรกิจออนไลน์
วันจันทร์ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2552
มอไซต์ข่วนข้างกระจกขวา
ขณะที่ผมกำลังจอดรถรอที่แยกไฟแดง (น่าจะแยกท่าเรือหรือเปล่า ? ) ผมก็นั่งคิดอะไรเพลิน ๆ อยู่ก็ได้ยินเสียงกึกขึ้นที่ด้านขวาจของผม อ้าว มอไซต์ของวันรุ่นโดยมีสาวใส่ชุดนักเรียนซ้อนท้ายคันหนึ่งจอดอยู่ไกล้ เอาล่ะสิ กระจกซ้ายรถของผมโดนเข้าแล้วล่ะ จะเป็นไรหรือเปล่านะ !!
ผมมองดูแล้ว เขาไม่มีอาการได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด แม้ช่องจะเล็กแต่แกก็ยังจะทะลุต่อไปให้ได้ พยายามเอียงรถเพื่อให้พ้นไปไว ๆ
จังหวะเดียวกันกับสัณญาณไฟเปลี่ยนเป็นเขียวพอดี ผมก็พยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอ คาดว่าน่าจะออกขวาไปทางพระราม 4 มากกว่าที่จะตรงไป 5 แยก ณ ระนอง
เชื่อเถอะว่า เวลาที่คุณมอไซต์ซิ่งตัดหน้าหรือ ชะแว๊บหน้า ชะแว๊บหลัง แล้วทำให้เกิดรอยขีดข่วนข้างรถคันโปรดของคนอื่น ผมอยากบอกว่าคุณกำลังทำให้เจ้าของรถทุกคันคนนั้นเสียความรู้สึกอย่างมาก ถ้าคุณคิดเพียงแค่ต้องการทะลุผ่านช่องโดยไม่สนใจว่าจะผ่านไม่ผ่านช่อง แล้วไปสะกิดรถของเขาเข้า .. สักวันคุณจะเสียใจกับการกระทำแบบนี้ของคุณ!!
หากคุณจำเป็นต้องทะลุผ่านช่อง แล้วไปสะกิดรถของคนอื่นให้เกิดความเสียหาย โปรดช่วยหยุดรถแสดงการขอโทษสักนิด แม้มันไม่ได้ทำให้รอยที่รถหายลบไปทันที แต่นั่นเป็นการทำให้รอยข่วนเคืองหายในใจลดระดับลงไปหรืออาจจะหายไปได้ดีทีเลย หรืออย่างก็เป็นการแสดงความจริง ๆ ใจที่มีต่อเพื่อนร่วมทางด้วยกันนะครับ
ผมมองดูแล้ว เขาไม่มีอาการได้ทำอะไรผิดเลยสักนิด แม้ช่องจะเล็กแต่แกก็ยังจะทะลุต่อไปให้ได้ พยายามเอียงรถเพื่อให้พ้นไปไว ๆ
จังหวะเดียวกันกับสัณญาณไฟเปลี่ยนเป็นเขียวพอดี ผมก็พยายามมองหาแต่ก็ไม่เจอ คาดว่าน่าจะออกขวาไปทางพระราม 4 มากกว่าที่จะตรงไป 5 แยก ณ ระนอง
เชื่อเถอะว่า เวลาที่คุณมอไซต์ซิ่งตัดหน้าหรือ ชะแว๊บหน้า ชะแว๊บหลัง แล้วทำให้เกิดรอยขีดข่วนข้างรถคันโปรดของคนอื่น ผมอยากบอกว่าคุณกำลังทำให้เจ้าของรถทุกคันคนนั้นเสียความรู้สึกอย่างมาก ถ้าคุณคิดเพียงแค่ต้องการทะลุผ่านช่องโดยไม่สนใจว่าจะผ่านไม่ผ่านช่อง แล้วไปสะกิดรถของเขาเข้า .. สักวันคุณจะเสียใจกับการกระทำแบบนี้ของคุณ!!
หากคุณจำเป็นต้องทะลุผ่านช่อง แล้วไปสะกิดรถของคนอื่นให้เกิดความเสียหาย โปรดช่วยหยุดรถแสดงการขอโทษสักนิด แม้มันไม่ได้ทำให้รอยที่รถหายลบไปทันที แต่นั่นเป็นการทำให้รอยข่วนเคืองหายในใจลดระดับลงไปหรืออาจจะหายไปได้ดีทีเลย หรืออย่างก็เป็นการแสดงความจริง ๆ ใจที่มีต่อเพื่อนร่วมทางด้วยกันนะครับ
วันศุกร์ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เมื่อต้องวัดใจที่อ่อนนุช 30
วันนี้ ผมออกจากออฟฟิซช้าไปนอดหนึ่ง เพราะแทนที่จะออกตอน 4.15 ตามที่คิดไว้เพราะมันเป็นวันศุกร์สิ้นเดือน ยังไงเสียรถมันต้องติดแน่ ๆ ล่ะ เอาเข้าจริง ๆ ผมออกจากออฟฟิซประมาณ 4.45 ..
พอเลี้ยวออกจากออฟฟิซเท่านั้นแหละ ดูท่าทางว่าจะรอนานแล้ว แต่ผมก็ยังใจดี คิดว่าขอให้หลุดจากสาทรก่อนน่าจะดีขึ้น มันคงไม่ติดไปไกลนักหรอก พอเลยไฟแดงหน้าสถานทูตออสเตรเลียเท่านั้นแหละ รถขยับตัวช้ามาก ค่อยคลาน เลื่อนไปทีละคันสองคัน แบบนี้ เห็นท่าจะไม่ดีแน่ ๆ
ผมเปลี่ยนแผนดีกว่า เลยตีไฟออกขวา เพื่อกลับรถก่อนถึงแยกสาทร - พระราม 4 แต่กว่าจะกลับรถได้ก็เสียเวลานานมากเหมือกัน
หลังจากที่ผมกลับรถเข้าสาทรใต้แล้วผมก็ซิ่งออกตัวเพื่อจะเลี้ยวเข้าสวนพลู .. มันไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว เพราะตอนนี้รถเยอะกว่าตอนที่ผมออกจากอออฟฟิซอีก เพราะรถเริ่มล้นมาจากแยกสาทรกับนราธิวาส .. ไม่มีทางเลือกแล้วครับ ต้องรอเพื่อเลี้ยวสวนพลูให้ได้
ผ่านไปสัก 10 นาทีผมก็พาน้องแจ๊ซเลี้ยวเข้าสวนพลูได้ ซึ่งผมเห็นว่าโล่งมาก แล้วมันติดอะไรนักหนาที่ปากซอยอ่ะ แล้วผมก็วิ่งไปเพื่อขึ้นทางด่วนตรงถนนจันทร์ ซึ่งก็มาเสียเวลาตรงก่อนขึ้นทางด่วนอยู่นิดหน่อย คือรถมันเยอะน่ะ แต่มันน่าจะดีกว่าทางราบ :)
พอผมจ่ายค่าผ่านทางเรียบร้อยแล้ว ผมก็พอจะเดา ๆ ได้ว่ารถเยอะแน่ ๆ เพราะรถคันที่วิ่งขึ้นไปก่อนเขาตีไฟออกซ้าย แทนที่จะตีไฟกระพริบขวาเพื่อเข้าทางด่วน เอาละสิ ทำยังไงต่อ ขึ้นมาแล้วนี่นา มันจะติดแค่ไหนก็ให้มันรู้ไป...
เมื่อผมวิ่งขึ้นมาถึงตรงทางแยกที่จะไปพระราม 9 กับบางนา ผมก็ถึงบางอ้อเพราะรถเยอะมาก เข้าซ้ายออกขวา กันวุ่นวายไปหมด นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้รถติด
จากนั้นผมก็ค่อยคลานบนทางด่วนไปเรื่อย ๆ แต่ช่วงโค้งพระราม 4 ก็ดูรื่นไหลดี แล้วก็มาชะลออีกทีหลังจากโค้งพระราม 4 ไปท่าเรือ ช่วงนี้วิ่งกันช้ามาก แต่ก็ค่อย ๆ ไปล่ะนะ
จนลงด่วน 62 ผมก็เห็นรถเยอะจะลองเข้าซอยสุขุมวิท 93 เพื่อทะลุออกอ่อนนุช 30 อีกที ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยชอบซอยนี้สักเท่าไร เพราะมันเล็ก รถสองแถว รถตู้เยอะ บางทีรถก็จอกันแบบไม่เป็นระเบียบเลย อยากจอดก็จอด ทำให้การจราจรไม่ดีตลอดทาง
แต่วันนี้ ผมว่ามันจำเป็นต้องแล้วล่ะเพราะข้างหน้ารถคงติดน่าดู กลับรถเข้าซอยนี้ดีกว่า .. ไว้ค่อยพิจารณากันอีกครั้ง
ขณะที่วิ่งอยู่ในซอยก็ไม่มีอะไรหรอก เสียวมากเสียวน้อยก็มีตามจังหวะรถสวน
พอผมเลี้ยวซ้าย ช่วงหน้าโรงเรียนจินดาพงษ์ ก็มีรถคันหนึ่งวิ่งตามกระพริบไฟใส่ และบีบแตรใส่อยู่ข้างหลัง
เอ้า .. ก็ถนนมันเล็ก มีหลุมบ่อท่อระบายน้ำเยอะจะให้ทำยังไง มันก็วิ่งช้าสิ จะรีบไปไหน หาจังหวะแซงให้ได้สิครับ
(ผมเชื่อว่าถ้าผมวิ่งเส้นนี้ทุกวัน มันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างแน่ ๆ ถนนแคบ รถเยอะ ข้างถนนมีหลุมท่อระบายน้ำ และคนเดินข้างถนนก็เยอะ มันให้การจราจรไม่ดี )
พอผมมาถึงปากซอยอ่อนนุช 30 มันก็มืดมากแล้วจนต้องเปิดไฟหน้ากันแล้ว ตอนเย็นปากซอยนี้จะออกยากมาก แบบไม่ยอมให้รถเข้าออกเลยผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไมเขาไม่ยอมให้รถเข้าออกซอยกันบ้าง ทั้งๆ ที่รถก็ติด ๆ และเขาก็ไม่ได้ไปไกลจากทางแยกนั่นเลย จอดติดขวางลำตรงกลางทางเข้าออกนั่นแหละ แบบต้องอาศัยวัดใจกันตลอด
เมื่อต้องวัดใจ ผมเลยต้องเอากับบเขามั่ง ผมออกมาแบบจังหวะเดียวมาอยู่กลางแยก เสร็จแล้วก็ชะลอดูรถที่วิ่งมาทางตรง เพราะผมต้องเลี้ยวขวา ผมก็เห็นปิคอัพคันหนึ่งวิ่งชะลอ ๆ เบียดกับคันข้าง ๆ ของเขาเองนั่นแหละ ประมาณว่า ถ้ามีรถออกมาจากซอย เขาคงจะชะแว๊บเข้าข้างหลังรถที่เขาเบียดมา แต่เผอิญว่าคันข้างของเขาเป็นรถสองแถว
พอรถสองแถวหยุดรับส่งคน แกเลยไปต่อไม่ได้ เพราะหน้ารถของผมมันพ้นออกไปแล้ว แบบเกินเลนกลางแล้ว แกเลยต้องหยุด เพราะไปต่อไม่ได้ .. นี่แหละผมการออกจากซอยของผม ผมจะไม่ออกไปแต่จอดค้าง ๆ ไว้รถคันที่วิ่งมาจอดก่อน ถ้าไม่จอดผมจะไม่ออกไปเด็ดขาด สุดท้ายแกก็บีบแตรใส่ผม ประมาณว่าเสียอารมณ์ทำนองนั้น .. :)
พอเลี้ยวออกจากออฟฟิซเท่านั้นแหละ ดูท่าทางว่าจะรอนานแล้ว แต่ผมก็ยังใจดี คิดว่าขอให้หลุดจากสาทรก่อนน่าจะดีขึ้น มันคงไม่ติดไปไกลนักหรอก พอเลยไฟแดงหน้าสถานทูตออสเตรเลียเท่านั้นแหละ รถขยับตัวช้ามาก ค่อยคลาน เลื่อนไปทีละคันสองคัน แบบนี้ เห็นท่าจะไม่ดีแน่ ๆ
ผมเปลี่ยนแผนดีกว่า เลยตีไฟออกขวา เพื่อกลับรถก่อนถึงแยกสาทร - พระราม 4 แต่กว่าจะกลับรถได้ก็เสียเวลานานมากเหมือกัน
หลังจากที่ผมกลับรถเข้าสาทรใต้แล้วผมก็ซิ่งออกตัวเพื่อจะเลี้ยวเข้าสวนพลู .. มันไม่ง่ายอย่างที่คิดซะแล้ว เพราะตอนนี้รถเยอะกว่าตอนที่ผมออกจากอออฟฟิซอีก เพราะรถเริ่มล้นมาจากแยกสาทรกับนราธิวาส .. ไม่มีทางเลือกแล้วครับ ต้องรอเพื่อเลี้ยวสวนพลูให้ได้
ผ่านไปสัก 10 นาทีผมก็พาน้องแจ๊ซเลี้ยวเข้าสวนพลูได้ ซึ่งผมเห็นว่าโล่งมาก แล้วมันติดอะไรนักหนาที่ปากซอยอ่ะ แล้วผมก็วิ่งไปเพื่อขึ้นทางด่วนตรงถนนจันทร์ ซึ่งก็มาเสียเวลาตรงก่อนขึ้นทางด่วนอยู่นิดหน่อย คือรถมันเยอะน่ะ แต่มันน่าจะดีกว่าทางราบ :)
พอผมจ่ายค่าผ่านทางเรียบร้อยแล้ว ผมก็พอจะเดา ๆ ได้ว่ารถเยอะแน่ ๆ เพราะรถคันที่วิ่งขึ้นไปก่อนเขาตีไฟออกซ้าย แทนที่จะตีไฟกระพริบขวาเพื่อเข้าทางด่วน เอาละสิ ทำยังไงต่อ ขึ้นมาแล้วนี่นา มันจะติดแค่ไหนก็ให้มันรู้ไป...
เมื่อผมวิ่งขึ้นมาถึงตรงทางแยกที่จะไปพระราม 9 กับบางนา ผมก็ถึงบางอ้อเพราะรถเยอะมาก เข้าซ้ายออกขวา กันวุ่นวายไปหมด นี่แหละคือสาเหตุที่ทำให้รถติด
จากนั้นผมก็ค่อยคลานบนทางด่วนไปเรื่อย ๆ แต่ช่วงโค้งพระราม 4 ก็ดูรื่นไหลดี แล้วก็มาชะลออีกทีหลังจากโค้งพระราม 4 ไปท่าเรือ ช่วงนี้วิ่งกันช้ามาก แต่ก็ค่อย ๆ ไปล่ะนะ
จนลงด่วน 62 ผมก็เห็นรถเยอะจะลองเข้าซอยสุขุมวิท 93 เพื่อทะลุออกอ่อนนุช 30 อีกที ซึ่งผมเองก็ไม่ค่อยชอบซอยนี้สักเท่าไร เพราะมันเล็ก รถสองแถว รถตู้เยอะ บางทีรถก็จอกันแบบไม่เป็นระเบียบเลย อยากจอดก็จอด ทำให้การจราจรไม่ดีตลอดทาง
แต่วันนี้ ผมว่ามันจำเป็นต้องแล้วล่ะเพราะข้างหน้ารถคงติดน่าดู กลับรถเข้าซอยนี้ดีกว่า .. ไว้ค่อยพิจารณากันอีกครั้ง
ขณะที่วิ่งอยู่ในซอยก็ไม่มีอะไรหรอก เสียวมากเสียวน้อยก็มีตามจังหวะรถสวน
พอผมเลี้ยวซ้าย ช่วงหน้าโรงเรียนจินดาพงษ์ ก็มีรถคันหนึ่งวิ่งตามกระพริบไฟใส่ และบีบแตรใส่อยู่ข้างหลัง
เอ้า .. ก็ถนนมันเล็ก มีหลุมบ่อท่อระบายน้ำเยอะจะให้ทำยังไง มันก็วิ่งช้าสิ จะรีบไปไหน หาจังหวะแซงให้ได้สิครับ
(ผมเชื่อว่าถ้าผมวิ่งเส้นนี้ทุกวัน มันต้องมีเหตุอะไรสักอย่างแน่ ๆ ถนนแคบ รถเยอะ ข้างถนนมีหลุมท่อระบายน้ำ และคนเดินข้างถนนก็เยอะ มันให้การจราจรไม่ดี )
พอผมมาถึงปากซอยอ่อนนุช 30 มันก็มืดมากแล้วจนต้องเปิดไฟหน้ากันแล้ว ตอนเย็นปากซอยนี้จะออกยากมาก แบบไม่ยอมให้รถเข้าออกเลยผมก็ไม่รู้เหมือนกันนะ ว่าทำไมเขาไม่ยอมให้รถเข้าออกซอยกันบ้าง ทั้งๆ ที่รถก็ติด ๆ และเขาก็ไม่ได้ไปไกลจากทางแยกนั่นเลย จอดติดขวางลำตรงกลางทางเข้าออกนั่นแหละ แบบต้องอาศัยวัดใจกันตลอด
เมื่อต้องวัดใจ ผมเลยต้องเอากับบเขามั่ง ผมออกมาแบบจังหวะเดียวมาอยู่กลางแยก เสร็จแล้วก็ชะลอดูรถที่วิ่งมาทางตรง เพราะผมต้องเลี้ยวขวา ผมก็เห็นปิคอัพคันหนึ่งวิ่งชะลอ ๆ เบียดกับคันข้าง ๆ ของเขาเองนั่นแหละ ประมาณว่า ถ้ามีรถออกมาจากซอย เขาคงจะชะแว๊บเข้าข้างหลังรถที่เขาเบียดมา แต่เผอิญว่าคันข้างของเขาเป็นรถสองแถว
พอรถสองแถวหยุดรับส่งคน แกเลยไปต่อไม่ได้ เพราะหน้ารถของผมมันพ้นออกไปแล้ว แบบเกินเลนกลางแล้ว แกเลยต้องหยุด เพราะไปต่อไม่ได้ .. นี่แหละผมการออกจากซอยของผม ผมจะไม่ออกไปแต่จอดค้าง ๆ ไว้รถคันที่วิ่งมาจอดก่อน ถ้าไม่จอดผมจะไม่ออกไปเด็ดขาด สุดท้ายแกก็บีบแตรใส่ผม ประมาณว่าเสียอารมณ์ทำนองนั้น .. :)
วันพุธที่ 21 ตุลาคม พ.ศ. 2552
เติมน้ำมันที่ปั้มพระราม 4
เย็นนี้ ผมแวะเข้าเติมน้ำมันที่ปั้มเอสโซ่ พระราม 4 เหมือนครั้งก่อน ๆ ซึ่งก็ปกติหลังเลิกงานแต่ดึกสักหน่อย คือประมาณ 2 ทุ่มครึ่ง
เวลาผมเข้าปั้มนี้ทีไร ผมว่ามันรอนานกว่าที่อื่นอีกนะ มันไม่ใช่แค่ว่า รถเข้าปั้มเยอะแล้วรอคิวนาน แต่มันชอบมีอะไรที่มากกว่านั้น
ครั้งที่แล้ว ผมรอนานเพราะเจ้าของรถ เขางง สับสนเองว่าจะเติมน้ำมันตัวไหนดี ผมเห็นเด้กปั้มออกอาการเบื่อนิดว่าโซฮอล์ 91 ก้ไม่เอา โซฮออล์ 95 ไม่ไม่ใช่ สุดท้ายแกเติมโซฮออล์ 91 มั้ง แต่จะลลงตัวก็นาน ผมว่าไม่ต่ำกว่า 10 นาทีมั้ง แค่เลือกว่าจะเติมน้ำมันตัวไหนให้กับรถเท่านั้นเอง
คราวนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเขามีปัญหาที่ระบบเอง คนไม่พอกันแน่ หรือมอเตอร์ไซต์จอดรอเติมน้ำมันแล้วชอบแบบขวางทางเข้าออกที่หัวจ่าย เพราะรถคันที่เข้าเติมก่อนผมก็น่าจะรอนาน เหมือกัน เพราะไม่มีคนมาถามว่าจะเติมอะไร เท่าไร คนขับก็ได้แต่นั่งรอในรถ รอให้พนักงานเข้ามาถาม มาบริการ.. ถ้าบ้านเราทำแบบเมืองนอก ก็น่าจะดีแต่ว่ากลัวจังว่าจะมีปัญหามากกว่าเดิม แบบเติมน้ำมันแล้วไม่จ่ายตังค์:P -ขนาดมีคนช่วยเติมให้ ยังมีข่าวออกมาให้ดูบ่อยว่าได้น้ำมันแล้วขับรถหนีไปเลย ไม่ยอมจ่ายตังค์ .. คิดได้ไงนะ ..
เมื่อมาถึงคิวของผม ผมก็เลื่อนเข้าจอดรอเปิดถัง บอกไปว่าเติมโซฮอล์ 91 จำนวน 800 บาท ได้มา 26.899 ลิตร เพราะลิตรละ 29.74 บาท ..
รอแป๊บหนึ่งก็ เสร็จ .. ได้น้ำมันใส่ถังเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้น เด็กปั้มก็บอกให้ปผมเลื่อนรถไปรอข้างหน้านิดหนึ่ง เพราะผมจ่ายด้วยบัตร .. ผ่านไปไม่นาน.. เด็กปั้มก็เดินกลับมาให้ผมเซ็นต์ที่จ่ายด้วยบัตร แล้วผมก็โดนทิ้งอยู่ตรงนั้น ..
ป้ายหน้ารถผมก็ยังไม่เอาออก แล้วผมจะขับออกไปได้ยังไง .. ผมเลยเรียกเด็กปั้มมาแล้วแกก็ถามยังไม่ได้น้ำเหรอ ผมเลยไปว่าป้ายหน้ารถยังไม่เอาออก
แล้วเขาก็ทำตัวเหมือนว่ายุ่งกับรถที่เติมน้ำมันอยู่ แล้วเขาก็เดินมาเอาป้ายรถผมออก จากนั้นก็หยิบเอาน้ำมาให้ผม 2 ขวด แล้วเขาก็เดินจากไป
ระหว่างที่ผมรอ ๆ ผมก็คิดว่าจะหาอะไรกินดีนะ ดึกแล้ว ร้านหน้าปากซอย คงไม่อยู่กันแล้ว งั้นแวะ McDonald ลองดูดีกว่า
เออ.. ผมไม่ยักกะรู้ว่าจอดซื้อแมคโดนัลด์ที่ปั้มพระราม 4 ต้องรับบัตรจอดรด้วย แล้วก็ต้องเอาไปแสตมป์ที่เคาเตอร์ตอนซื้อแมคด้วย เหมือนเวอร์จัง แต่ไม่เป็นไร จะได้รู้ไว้ :)
เวลาผมเข้าปั้มนี้ทีไร ผมว่ามันรอนานกว่าที่อื่นอีกนะ มันไม่ใช่แค่ว่า รถเข้าปั้มเยอะแล้วรอคิวนาน แต่มันชอบมีอะไรที่มากกว่านั้น
ครั้งที่แล้ว ผมรอนานเพราะเจ้าของรถ เขางง สับสนเองว่าจะเติมน้ำมันตัวไหนดี ผมเห็นเด้กปั้มออกอาการเบื่อนิดว่าโซฮอล์ 91 ก้ไม่เอา โซฮออล์ 95 ไม่ไม่ใช่ สุดท้ายแกเติมโซฮออล์ 91 มั้ง แต่จะลลงตัวก็นาน ผมว่าไม่ต่ำกว่า 10 นาทีมั้ง แค่เลือกว่าจะเติมน้ำมันตัวไหนให้กับรถเท่านั้นเอง
คราวนี้ ผมไม่แน่ใจว่าเขามีปัญหาที่ระบบเอง คนไม่พอกันแน่ หรือมอเตอร์ไซต์จอดรอเติมน้ำมันแล้วชอบแบบขวางทางเข้าออกที่หัวจ่าย เพราะรถคันที่เข้าเติมก่อนผมก็น่าจะรอนาน เหมือกัน เพราะไม่มีคนมาถามว่าจะเติมอะไร เท่าไร คนขับก็ได้แต่นั่งรอในรถ รอให้พนักงานเข้ามาถาม มาบริการ.. ถ้าบ้านเราทำแบบเมืองนอก ก็น่าจะดีแต่ว่ากลัวจังว่าจะมีปัญหามากกว่าเดิม แบบเติมน้ำมันแล้วไม่จ่ายตังค์:P -ขนาดมีคนช่วยเติมให้ ยังมีข่าวออกมาให้ดูบ่อยว่าได้น้ำมันแล้วขับรถหนีไปเลย ไม่ยอมจ่ายตังค์ .. คิดได้ไงนะ ..
เมื่อมาถึงคิวของผม ผมก็เลื่อนเข้าจอดรอเปิดถัง บอกไปว่าเติมโซฮอล์ 91 จำนวน 800 บาท ได้มา 26.899 ลิตร เพราะลิตรละ 29.74 บาท ..
รอแป๊บหนึ่งก็ เสร็จ .. ได้น้ำมันใส่ถังเป็นที่เรียบร้อย
จากนั้น เด็กปั้มก็บอกให้ปผมเลื่อนรถไปรอข้างหน้านิดหนึ่ง เพราะผมจ่ายด้วยบัตร .. ผ่านไปไม่นาน.. เด็กปั้มก็เดินกลับมาให้ผมเซ็นต์ที่จ่ายด้วยบัตร แล้วผมก็โดนทิ้งอยู่ตรงนั้น ..
ป้ายหน้ารถผมก็ยังไม่เอาออก แล้วผมจะขับออกไปได้ยังไง .. ผมเลยเรียกเด็กปั้มมาแล้วแกก็ถามยังไม่ได้น้ำเหรอ ผมเลยไปว่าป้ายหน้ารถยังไม่เอาออก
แล้วเขาก็ทำตัวเหมือนว่ายุ่งกับรถที่เติมน้ำมันอยู่ แล้วเขาก็เดินมาเอาป้ายรถผมออก จากนั้นก็หยิบเอาน้ำมาให้ผม 2 ขวด แล้วเขาก็เดินจากไป
ระหว่างที่ผมรอ ๆ ผมก็คิดว่าจะหาอะไรกินดีนะ ดึกแล้ว ร้านหน้าปากซอย คงไม่อยู่กันแล้ว งั้นแวะ McDonald ลองดูดีกว่า
เออ.. ผมไม่ยักกะรู้ว่าจอดซื้อแมคโดนัลด์ที่ปั้มพระราม 4 ต้องรับบัตรจอดรด้วย แล้วก็ต้องเอาไปแสตมป์ที่เคาเตอร์ตอนซื้อแมคด้วย เหมือนเวอร์จัง แต่ไม่เป็นไร จะได้รู้ไว้ :)
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Wikipedia
ผลการค้นหา