เอเอฟพี - ฮอนด้า มอเตอร์ บริษัทผู้ผลิตรถยนต์สัญชาติญี่ปุ่น เมื่อวันศุกร์(29) เรียกคืนรถยนต์รุ่นฟิต/แจ๊ซและซิตี้ ราว 646,000 คันที่จำหน่ายทั่วโลก สืบเนื่องจากปัญหาความขัดข้องของสวิทช์หน้าต่างไฟฟ้า
โฆษกของบริษัทเปิดเผยว่าการเรียกคืนวันนี้ ประกอบด้วยฮอนด้าแจ๊ซและซิตี้ 140,000 คันในสหรัฐฯ ส่วนที่เหลือเป็นรถที่จำหน่ายในยุโรป เอเชียและภูมิภาคอื่นทั่วโลก
ทั้งนี้ในส่วนของแจ๊ซนั้น ฮอนด้าระบุว่าจะเรียกคืนรถที่ผลิตระหว่างปี 2002 ถึง 2008 ที่จำหน่ายใน จีน บราซิล ไทย มาเลเซีย และอินเดีย
วันพุธที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
น่าจะเป็นเส้นทางกลับบ้านที่ไกลที่สุด
เย็นนี้ ผมออกจากที่ทำงานประมาณ 4.30 ซึ่งก็ช้าวันอื่นๆ นิดหน่อย แต่ออกไปไม่พ้นหน้าตึกเลย ก็รู้แล้วว่ารถติดแน่ ๆ เพราะผมใช้เวลารอกว่าจะออกจากหน้าตึก็นานพอสมควร
หลังจากที่ผมออกสู่สาทรได้ ผมก็กลับรถที่หน้าทิสโก้เพื่อเข้าสวนพลู ก็เป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่เจอรถติด ๆ แบบนี้
พอเข้าสู่สวนพลูได้ ผมว่ามันก็แปลกทำไมรถมันยังติด ไม่เหมือนทุกครั้งเลยอ่ะ แต่ก็เข้ามาแล้วนี่นา ถอยไม่ได้แล้ว ต้องยอมรับสภาพต่อไป ..
เมื่อพ้นสวนพลู ผมขึ้นทางด่วนแล้วไปลงที่ ม. กรุงเทพ ทางด่วนวิ่งฉิวเลย มาชะลอหน่อยช่วงหน้า ม กรุงเทพ ตอนแรกผมก็จะไปลงสุขุมวิท 62 แต่เห็นรถเยอะเลยเปลี่ยนใจลงตรงนี้แหละ
พอพ้นจากทางด่วนเลี้ยวซ้ายเข้าอาจณรงค์ ผมเห็นมีรถบรรทุกติดยาวเลยที่เส้นรถไฟสายเก่า เลยกะจะไปออกสุขุมวิท 42 อ้าววว รถติดยาวออกมาถึงหน้า ม กรุงเทพเลย !! เปิด จส100 ฟังหยน่อย เขาบอกมีอุบัติเหตใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง ... ทำไงดีล่ะ กลับรถเข้าสายเก่าดีกว่า ยังไงต้องเลือกเอาสักทางแล้ววววว
ผมเลือกที่จะกลับรถที่หน้าม. กรุงเทพ มารอจะเลี้ยวซ้ายเข้าสายเก่าเพราะรถเยอะเข้าไปเลยไม่ได้ เพราะน่าจะดีกว่าเส้นอื่น ๆ แต่ก็รอนานใช้ได้นะ แล้วก็เลี้ยวเข้าสายเก่าได้ .. อืมม.. ดูท่างทางจะดีขึ้น
แต่ผมสังเกตว่าวันนี้ รถเยอะมากกว่าทุกวัน ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่ต้น ผมน่าจะไปลงที่ 62 เลยดีกว่านะ แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกแล้วล่ะ
ผมวิ่งสายเก่าไปเรื่อย ๆ เห็นซอย 50 รถเยอะ ลเยตัดสินใจไม่เลี้ยวเข้าไป ลองวิ่งตรงไปทางสรรพาวุธดูว่าจะเป็นยังไงบ้าง พอวิ่งไปได้สักพัก ก็เจอป้ายบอกทางไปอกสุขุมวิท 62 แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะวิ่งเลยไปแล้ว ก็เมื่อกี้ผมวิ่งตามรถบรรทุกมาเลยไม่ทันได้มองว่าออกตรงนี้ได้ งั้นก็ขับเลยต่อไปจนถึงสรรพาวุธ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบางนา ...
เออ.. การตัดสินใจเข้ามาอีกแล้ว จะเข้าสุขุมวิทดีไหมเนี่ย? หรือว่าจะออกไปบางนาแล้ววนเข้าศรีนครินทร์ไปเลย ?!?!
ผมเลือกไปเส้นบางนาครับ เดี๋ยวจะได้เอาอัลบั้มรูปฝากเพื่อนเอากลับบ้านนอกด้วยเลย จะได้ไม่เสียเวลาขับมาในวันอื่นอีก เขาจะกลับบ้านเสาร์นี้แล้ว ..
ผมแวะเอาของไปฝากเพื่อนไว้แป๊บหนึ่งก็วิ่งอ้อมเข้าศรีนครินทร์ โอ้ โห รถติดน่าดูตรงช่วงที่มีก่อสร้างอุโมงค์ไกล้แยกอุดมสุข จากนั้นก็เรื่อยมาจนถึงหน้าซีคอน พอพ้นไปก็วิ่งแบบชิว ๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจอีก ..
มันจะมีปัญหาอีกก็ตอนจะเลี้ยวซอยหน้าบ้าน พอผมตีไฟจะเลี้ยวเข้าแล้วล่ะ รถที่สวนเลนมาก็จอดให้เรียบร้อยแล้ว ออกตัวไปนิดอยู่กลางเวนแล้วเรียบร้อย แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงข้างหลัง พอหันไปมอง .. อ้าว มอไซต์โดนท้ายรถของผมอีกแล้ว
ผมเห็นมีเด็กวัยรุ่น 3 -4 ซ้อนมอไซต์กันมาคันหนึ่งอยู่ข้างหลัง ประมาณว่าจะหลบรถผมที่จะเข้าซอย แต่ไม่ทันดูไฟว่ารถกำลังจะเลี้ยวขวา เลยหลบไม่พ้น เลยมาสะกิดซะ ผมยังไม่ทันได้เปิดไปดูมันก็ขับรถหนีไปเฉยเลย แล้วไง ก็คงต้องปล่อยเขาไป อีกอย่างตอนนี้ รถของผมก็อยู่กลางถนนขวางไปอีก 3-4 เลนเลยแหละ ถือว่าทำบุญ อโหสิล่ะกัน
พอผมเข้าถึงบ้าน จอดรถเรียบร้อยแล้วก็รีบลงมาดูท้ายรถว่าโดนอะไรบ้าง .. ไม่เห็นมีอะไรเสียนี่หว่า แล้วมันโดนรถของเราตรงไหนเนี่ย อยากรู้จัง ?!?!?!?!
สรุปว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่ผมขับรถจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้านเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดแล้วมั้ง
หลังจากที่ผมออกสู่สาทรได้ ผมก็กลับรถที่หน้าทิสโก้เพื่อเข้าสวนพลู ก็เป็นปกติเหมือนทุกครั้งที่เจอรถติด ๆ แบบนี้
พอเข้าสู่สวนพลูได้ ผมว่ามันก็แปลกทำไมรถมันยังติด ไม่เหมือนทุกครั้งเลยอ่ะ แต่ก็เข้ามาแล้วนี่นา ถอยไม่ได้แล้ว ต้องยอมรับสภาพต่อไป ..
เมื่อพ้นสวนพลู ผมขึ้นทางด่วนแล้วไปลงที่ ม. กรุงเทพ ทางด่วนวิ่งฉิวเลย มาชะลอหน่อยช่วงหน้า ม กรุงเทพ ตอนแรกผมก็จะไปลงสุขุมวิท 62 แต่เห็นรถเยอะเลยเปลี่ยนใจลงตรงนี้แหละ
พอพ้นจากทางด่วนเลี้ยวซ้ายเข้าอาจณรงค์ ผมเห็นมีรถบรรทุกติดยาวเลยที่เส้นรถไฟสายเก่า เลยกะจะไปออกสุขุมวิท 42 อ้าววว รถติดยาวออกมาถึงหน้า ม กรุงเทพเลย !! เปิด จส100 ฟังหยน่อย เขาบอกมีอุบัติเหตใต้สถานีรถไฟฟ้า BTS พระโขนง ... ทำไงดีล่ะ กลับรถเข้าสายเก่าดีกว่า ยังไงต้องเลือกเอาสักทางแล้ววววว
ผมเลือกที่จะกลับรถที่หน้าม. กรุงเทพ มารอจะเลี้ยวซ้ายเข้าสายเก่าเพราะรถเยอะเข้าไปเลยไม่ได้ เพราะน่าจะดีกว่าเส้นอื่น ๆ แต่ก็รอนานใช้ได้นะ แล้วก็เลี้ยวเข้าสายเก่าได้ .. อืมม.. ดูท่างทางจะดีขึ้น
แต่ผมสังเกตว่าวันนี้ รถเยอะมากกว่าทุกวัน ถ้ารู้แบบนี้ตั้งแต่ต้น ผมน่าจะไปลงที่ 62 เลยดีกว่านะ แต่ไม่มีสิทธิ์เลือกแล้วล่ะ
ผมวิ่งสายเก่าไปเรื่อย ๆ เห็นซอย 50 รถเยอะ ลเยตัดสินใจไม่เลี้ยวเข้าไป ลองวิ่งตรงไปทางสรรพาวุธดูว่าจะเป็นยังไงบ้าง พอวิ่งไปได้สักพัก ก็เจอป้ายบอกทางไปอกสุขุมวิท 62 แต่ก็สายไปเสียแล้วเพราะวิ่งเลยไปแล้ว ก็เมื่อกี้ผมวิ่งตามรถบรรทุกมาเลยไม่ทันได้มองว่าออกตรงนี้ได้ งั้นก็ขับเลยต่อไปจนถึงสรรพาวุธ ก็เลี้ยวซ้ายเข้าไปทางบางนา ...
เออ.. การตัดสินใจเข้ามาอีกแล้ว จะเข้าสุขุมวิทดีไหมเนี่ย? หรือว่าจะออกไปบางนาแล้ววนเข้าศรีนครินทร์ไปเลย ?!?!
ผมเลือกไปเส้นบางนาครับ เดี๋ยวจะได้เอาอัลบั้มรูปฝากเพื่อนเอากลับบ้านนอกด้วยเลย จะได้ไม่เสียเวลาขับมาในวันอื่นอีก เขาจะกลับบ้านเสาร์นี้แล้ว ..
ผมแวะเอาของไปฝากเพื่อนไว้แป๊บหนึ่งก็วิ่งอ้อมเข้าศรีนครินทร์ โอ้ โห รถติดน่าดูตรงช่วงที่มีก่อสร้างอุโมงค์ไกล้แยกอุดมสุข จากนั้นก็เรื่อยมาจนถึงหน้าซีคอน พอพ้นไปก็วิ่งแบบชิว ๆ ไม่มีอะไรน่าสนใจอีก ..
มันจะมีปัญหาอีกก็ตอนจะเลี้ยวซอยหน้าบ้าน พอผมตีไฟจะเลี้ยวเข้าแล้วล่ะ รถที่สวนเลนมาก็จอดให้เรียบร้อยแล้ว ออกตัวไปนิดอยู่กลางเวนแล้วเรียบร้อย แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงข้างหลัง พอหันไปมอง .. อ้าว มอไซต์โดนท้ายรถของผมอีกแล้ว
ผมเห็นมีเด็กวัยรุ่น 3 -4 ซ้อนมอไซต์กันมาคันหนึ่งอยู่ข้างหลัง ประมาณว่าจะหลบรถผมที่จะเข้าซอย แต่ไม่ทันดูไฟว่ารถกำลังจะเลี้ยวขวา เลยหลบไม่พ้น เลยมาสะกิดซะ ผมยังไม่ทันได้เปิดไปดูมันก็ขับรถหนีไปเฉยเลย แล้วไง ก็คงต้องปล่อยเขาไป อีกอย่างตอนนี้ รถของผมก็อยู่กลางถนนขวางไปอีก 3-4 เลนเลยแหละ ถือว่าทำบุญ อโหสิล่ะกัน
พอผมเข้าถึงบ้าน จอดรถเรียบร้อยแล้วก็รีบลงมาดูท้ายรถว่าโดนอะไรบ้าง .. ไม่เห็นมีอะไรเสียนี่หว่า แล้วมันโดนรถของเราตรงไหนเนี่ย อยากรู้จัง ?!?!?!?!
สรุปว่าวันนี้อาจจะเป็นวันที่ผมขับรถจากที่ทำงานเพื่อกลับบ้านเป็นระยะทางที่ไกลที่สุดแล้วมั้ง
วันอาทิตย์ที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2553
การจอดรถที่แกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ
เย็นวันนี้ ผมมีโอกาศได้ไปร่วมงานแต่งของเพื่อนที่โรงแรมแกรนด์ ไฮแอท เอราวัณ ที่อยู่ไกล้แยกระหว่างถนนราชดำริตัดกับถนนเพลินจิต ถ้าหากต้องขับรถไปที่โรงแรมนี้ ผมแนะนำให้เผื่อ ๆ เวลาไว้สักนิด เพราะอยู่ใจกลางเมือง รถติดเป็นเรื่องธรรมดา แต่เลี่ยงได้ก็จะดี :)
ทางเข้าโรงแรมจะมี 3 ทางด้วยกัน
เมื่อผ่านตู้รับจอดรถเสร็จให้ขับเข้าไปข้างใน โดยวนขวาไปเรื่อย ๆ หาที่จอดได้เลย แต่บางชั้นอาจจะมีการระเบียบการเดินรถแตกต่างกันบ้าง ทางขึ้นลงอาจจะแคบและอยู่ไกล้กันมาก จนบางทีลืมเลี้ยว ต้องถอยรถกลับก็มี อันนี้ ต้องคอยสังเกตให้ดีด้วย
ส่วนเรื่องราคาค่าจอดนั้นจะอยู่ที่ชั่วโมงละ 30 บาท ปัดเศษนาทีเป็นชั่วโมงแบบทั่วไป แต่ถ้าได้แสตมป์บัตรจอดรถ ก็จะไม่ต้องเสียค่าจอดครับ ..
วันนี้ ผมได้ที่จอดที่ชั้น B1 ไม่ไกลจากทางเข้าโรงแรมหรือวนรถให้เหนื่อย อาจจะเป็นเพราะว่าผมขับเข้ายังไม่เย็นมากหรือมาก่อนงานเขาเริ่มกัน เลยไม่ได้วนหาที่จอดลำบากเท่าไร :P
ทางเข้าโรงแรมจะมี 3 ทางด้วยกัน
ทางแรกคือใช้ถนนเล็ก ๆ ร่วมกันกับทางเข้าห้างอัมริน พลาซ่าที่เข้ามาจากถนนเพลินจิต (สุขุมวิท) แล้วเบี่ยงขวานิด แล้วก็วิ่งลงทางเข้าของชั้นใต้ดินเพื่อเข้าโรงแรม ซึ่งพอผ่านตู้รับบัตรจอดให้เลี้ยวซ้าย แล้ววนขวาหาที่จอดได้เลย
ทางเข้าที่สองเป็นทางเข้าที่เข้าทางถนนราชดำริ เอาไว้สำรองสำหรับคนที่จะแวะเข้าไปส่งผู้โดยสาร แต่ถ้าจะเข้าจอดก็ต้องขับเลยทะลุไปจนสุดแล้วของโรงแรมเลี้ยวซ้ายเข้าลานจอดรถ ตรงนี้ต้องระวังรถทางซ้ายมือที่ออกจากลานจอดและรถทางขวาที่จะเข้าโรงแรมด้วย
ส่วนทางเข้าที่สามจะอยู่ก่อนจะสุดเขตของโรงแรม (ก็คือทางเข้าที่กล่าวไว้ในทางเข้าที่สองนั่นแหละครับ) ซึ่งคนส่วนใหญ่ก็จะวิ่งเข้ามาที่ทางเข้านี้ เพราะคิดว่าคงไม่ทางเข้าอีกแน่นอน ก็พยายามขับกันช้า ๆ ก็ดีเพราะคนเยอะ รถเยอะได้ในบางโอกาศ
เมื่อผ่านตู้รับจอดรถเสร็จให้ขับเข้าไปข้างใน โดยวนขวาไปเรื่อย ๆ หาที่จอดได้เลย แต่บางชั้นอาจจะมีการระเบียบการเดินรถแตกต่างกันบ้าง ทางขึ้นลงอาจจะแคบและอยู่ไกล้กันมาก จนบางทีลืมเลี้ยว ต้องถอยรถกลับก็มี อันนี้ ต้องคอยสังเกตให้ดีด้วย
ส่วนเรื่องราคาค่าจอดนั้นจะอยู่ที่ชั่วโมงละ 30 บาท ปัดเศษนาทีเป็นชั่วโมงแบบทั่วไป แต่ถ้าได้แสตมป์บัตรจอดรถ ก็จะไม่ต้องเสียค่าจอดครับ ..
วันนี้ ผมได้ที่จอดที่ชั้น B1 ไม่ไกลจากทางเข้าโรงแรมหรือวนรถให้เหนื่อย อาจจะเป็นเพราะว่าผมขับเข้ายังไม่เย็นมากหรือมาก่อนงานเขาเริ่มกัน เลยไม่ได้วนหาที่จอดลำบากเท่าไร :P
วันอังคารที่ 19 มกราคม พ.ศ. 2553
ขึ้นรถเมล์ดีกว่า..ไม่เครียดเหมือนขับเอง
เช้านี้ ผมมีงานข้างนอกที่สุขุมวิทเลยไม่ได้เข้าออฟฟิซ แต่เนื่องจากว่างานเริ่มตอน 9 โมง ฉะนั้น ถ้าออกจากบ้านเหมือนวันทำงานปกติก็จะเข้าเกินไป กลัวว่าออฟฟิซของเขายังไม่เปิดกัน ต้องนั่งรอหน้าประตู .. แบบนั้นไม่เอาดีกว่า ผมจึงเลือกที่จะออกประมาณ 8 โมงกว่า ๆ ซึ่งผมก็คิดเสมอว่าถ้าออกจากบ้านสาย ๆ หลัง 6.30 น. เนี้ยมันเป็นอะไรที่ลำบากมาก กว่าจะหลุดพ้นซอยอ่อนนุชได้ คงไม่ต่ำกว่าหนึ่งชั่วโมงแน่ ๆ
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมจึงต้องจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านแล้วก็เรียกมอไซต์จากปากซอย 35 ไปที่สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช เพื่อเลี่ยงการจราจรยามนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด และจากที่สังเกตนะตอนที่นั่งมอเตอร์ไซต์มาตลอดเส้นทางนั้น รถติดจริง ๆ ทุกครั้งจะเจอแค่ว่ารถจอดตอนเข้าออกซอย แต่นี่ไม่มีที่ช่องว่างระหว่างรถที่วิ่งกันเลย แถมมีอุบัติเหตุช่วงซอยอ่อนนุช 30 ต้น ๆ ด้วย อืมม.. ถ้าเจอแบบนี้ เช้านี้ก็คงไม่ธรรมดาแน่ ๆ ครับ
พอหลุดจากซอยอ่อนนุช ผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าไฟลงที่อโศก ซึ่งอันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะยังไงรถก็มาตามเวลา จะมีเลตบ้างก็ชิว ๆ อยู่แล้ว
...
พอตอนเย็น ผมก็ขึ้นรถเมล์ตอนขากลับเอา เพราะมันไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอย วิ่งสายตรงตลอดจนถึงอ่อนนุช อีกอย่างก็ประหยัดกว่ากันตั้งเยอะ ๆ :) รวมค่าเดินทางประมาณ 80 บาทเท่านั้นเอง ..
สรุปว่าผมต้องทำแบบนี้ไปอีกสัก 2-3 วันเลยแหละในช่วงที่ผมยังมีธุระที่สุขุมวิทแบบนี้ ดีเหมือนกันนะ ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ไม่เครียดเหมือนขับรถเองด้วย 5555..
ด้วยเหตุผลที่กล่าวมา ผมจึงต้องจอดรถทิ้งไว้ที่บ้านแล้วก็เรียกมอไซต์จากปากซอย 35 ไปที่สถานีรถไฟฟ้าอ่อนนุช เพื่อเลี่ยงการจราจรยามนี้เป็นวิธีที่ดีที่สุด และจากที่สังเกตนะตอนที่นั่งมอเตอร์ไซต์มาตลอดเส้นทางนั้น รถติดจริง ๆ ทุกครั้งจะเจอแค่ว่ารถจอดตอนเข้าออกซอย แต่นี่ไม่มีที่ช่องว่างระหว่างรถที่วิ่งกันเลย แถมมีอุบัติเหตุช่วงซอยอ่อนนุช 30 ต้น ๆ ด้วย อืมม.. ถ้าเจอแบบนี้ เช้านี้ก็คงไม่ธรรมดาแน่ ๆ ครับ
พอหลุดจากซอยอ่อนนุช ผมก็ขึ้นรถไฟฟ้าไฟลงที่อโศก ซึ่งอันนี้ก็ไม่มีปัญหาอะไร เพราะยังไงรถก็มาตามเวลา จะมีเลตบ้างก็ชิว ๆ อยู่แล้ว
...
พอตอนเย็น ผมก็ขึ้นรถเมล์ตอนขากลับเอา เพราะมันไม่ต้องเลี้ยวเข้าซอย วิ่งสายตรงตลอดจนถึงอ่อนนุช อีกอย่างก็ประหยัดกว่ากันตั้งเยอะ ๆ :) รวมค่าเดินทางประมาณ 80 บาทเท่านั้นเอง ..
สรุปว่าผมต้องทำแบบนี้ไปอีกสัก 2-3 วันเลยแหละในช่วงที่ผมยังมีธุระที่สุขุมวิทแบบนี้ ดีเหมือนกันนะ ขึ้นรถเมล์ รถไฟฟ้า ไม่เครียดเหมือนขับรถเองด้วย 5555..
วันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เมื่อผมกลับบ้านก่อนปีใหม่
เมื่อตอนปีใหม่ปีที่แล้ว ผมใช้เวลาบนท้องถนนเป็น 10 ชั่วโมง พอมาปีนี้ ผมมีวันหยุดพักร้อนเหลือก็เลยขอกลับบ้านก่อนวันปีใหม่ซะเลย
ผมออกจากบ้านประมาณตี 4 ครึ่งแล้วไปรับพี่ชายที่ห้วยขวาง จากนั้นก็ใช้เส้นวิภาวดีไปลงที่รังสิต .. ผมไม่ได้ใช้โทว์เวย์หรอกครับ ในแพง แค่วิ่งทางยกระดับธรรดาก็พอแล้ว
ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะรถยังมีไม่มาก ขับไปแบบสบาย ๆ ที่น่าสนใจก็ตรงลำตะคอง เพราะมีตำรวจมาตั้งด่านกันแต่เช้าเลย ผมเห็นทางขึ้นทางลงเลย แต่ก็ไม่ได้โดนเรียกอะไร คงประมาณว่าสุ่ม ๆ เรียกตามหน้าที่นะ
ผมมาเจอเรื่องเสียว ๆ แบบจัง ๆ ก็ตอนจะเข้าด่านขุนทดหรือจัตุรัสมั้ง ไม่แน่ใจจริง ๆ ผมเกือบจะชนกับรถปิกอัพเพราะแกไม่ยอมตีไฟแต่เนิ่น ๆ ที่จะเข้าปั้มแหละ
เรื่องมีอยู่ว่า...
มันเป็นช่วงถนน 4 เลนแล้ว ผมเห็นรถข้างหน้าชะลอกันจัง ผมเลยอยากแซงให้พ้น ๆ ไป ก็เลยเข้าเลนกลางเพื่อจะแซง แต่พอสปีดขึ้นไป อ้าว.. ไอ้ปิกอัพข้างหน้ามันจะเลี้ยวขวาแต่เพิ่งจะตีไฟเลี้ยว แล้วยังมีรถปิกอัพอีกคันจะออกจากปั้มแล้วข้ามถนนมาอีก..
เอาละสิ แล้วผมจะทำยังไงดี ตรงไปก็ไม่ได้ เลี้ยวเข้าเลนซ้ายไปต่อแถวเหมือนเดิมก็คงไม่ได้แล้วเพราะรถที่ตามๆ กันมาประชิดมากซะอย่างนั้น ถ้าจะตรงไปก็คงไม่วายที่จะชนกับปิกอัพ 2 คันนั้นที่ตอนนี้หันหน้าใส่กันแน่ ๆ ไม่รู้เขาจะเบรคกันได้ไหน .. เขาจะยอมให้เราผ่านไปได้เหรอ .. เอาวะ เมื่อเป็นแบบนี้ ขอเอาตัวให้รอดด้วยการซิ่งเข้าปั้มไปตั้งหลักก่อนดีกว่า และนับว่าโชคยังดีที่ไม่มีรถวิ่งสวนเลนมาอีก เพราะไม่งั้นผมก็คงวิ่งเข้าปั้มไม่ได้แน่ ๆ
พอวิ่งเข้าปั้ม ผมก็ไม่ได้หันมามองอีกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งหน้าตั้งตาขับไปต่อแบบเดิม แต่คุณผู้หญิงที่นั่งข้างหลังสิ เมื่อกี้ร้องจนเสียงหลงเลย .. ก็แน่ล่ะ ซิ่งขึ้นมาจะแซง แต่แซงไม่ได้ ต้องหาที่หลบให้พ้นก่อนจะชน .. เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเองล่ะ ถ้าผมไม่หนีเข้าปั้ม เป็นอันว่าโดนแน่ ๆ เอาเป็นว่าโชคยังดีที่ไม่โดนอีกครั้งในรอบปีและก่อนสิ้นปีนี้ :)
ผมออกจากบ้านประมาณตี 4 ครึ่งแล้วไปรับพี่ชายที่ห้วยขวาง จากนั้นก็ใช้เส้นวิภาวดีไปลงที่รังสิต .. ผมไม่ได้ใช้โทว์เวย์หรอกครับ ในแพง แค่วิ่งทางยกระดับธรรดาก็พอแล้ว
ระหว่างทางก็ไม่มีอะไรมากหรอกครับ เพราะรถยังมีไม่มาก ขับไปแบบสบาย ๆ ที่น่าสนใจก็ตรงลำตะคอง เพราะมีตำรวจมาตั้งด่านกันแต่เช้าเลย ผมเห็นทางขึ้นทางลงเลย แต่ก็ไม่ได้โดนเรียกอะไร คงประมาณว่าสุ่ม ๆ เรียกตามหน้าที่นะ
ผมมาเจอเรื่องเสียว ๆ แบบจัง ๆ ก็ตอนจะเข้าด่านขุนทดหรือจัตุรัสมั้ง ไม่แน่ใจจริง ๆ ผมเกือบจะชนกับรถปิกอัพเพราะแกไม่ยอมตีไฟแต่เนิ่น ๆ ที่จะเข้าปั้มแหละ
เรื่องมีอยู่ว่า...
มันเป็นช่วงถนน 4 เลนแล้ว ผมเห็นรถข้างหน้าชะลอกันจัง ผมเลยอยากแซงให้พ้น ๆ ไป ก็เลยเข้าเลนกลางเพื่อจะแซง แต่พอสปีดขึ้นไป อ้าว.. ไอ้ปิกอัพข้างหน้ามันจะเลี้ยวขวาแต่เพิ่งจะตีไฟเลี้ยว แล้วยังมีรถปิกอัพอีกคันจะออกจากปั้มแล้วข้ามถนนมาอีก..
เอาละสิ แล้วผมจะทำยังไงดี ตรงไปก็ไม่ได้ เลี้ยวเข้าเลนซ้ายไปต่อแถวเหมือนเดิมก็คงไม่ได้แล้วเพราะรถที่ตามๆ กันมาประชิดมากซะอย่างนั้น ถ้าจะตรงไปก็คงไม่วายที่จะชนกับปิกอัพ 2 คันนั้นที่ตอนนี้หันหน้าใส่กันแน่ ๆ ไม่รู้เขาจะเบรคกันได้ไหน .. เขาจะยอมให้เราผ่านไปได้เหรอ .. เอาวะ เมื่อเป็นแบบนี้ ขอเอาตัวให้รอดด้วยการซิ่งเข้าปั้มไปตั้งหลักก่อนดีกว่า และนับว่าโชคยังดีที่ไม่มีรถวิ่งสวนเลนมาอีก เพราะไม่งั้นผมก็คงวิ่งเข้าปั้มไม่ได้แน่ ๆ
พอวิ่งเข้าปั้ม ผมก็ไม่ได้หันมามองอีกแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ตั้งหน้าตั้งตาขับไปต่อแบบเดิม แต่คุณผู้หญิงที่นั่งข้างหลังสิ เมื่อกี้ร้องจนเสียงหลงเลย .. ก็แน่ล่ะ ซิ่งขึ้นมาจะแซง แต่แซงไม่ได้ ต้องหาที่หลบให้พ้นก่อนจะชน .. เพียงแค่เสี้ยววินาทีเท่านั้นเองล่ะ ถ้าผมไม่หนีเข้าปั้ม เป็นอันว่าโดนแน่ ๆ เอาเป็นว่าโชคยังดีที่ไม่โดนอีกครั้งในรอบปีและก่อนสิ้นปีนี้ :)
วันพฤหัสบดีที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2552
เมื่อผมโดนเข้าแล้ว
เย็นนี้ ผมขับรถออกจากออฟฟิซหลังเลิกงานตามปกติ พอออกสาทร ผมก็รู้สึกว่ารถติดมากเกินที่จะรอให้ค่อยเลื่อนไปทีละวงล้อ ผมเลยตีไฟจะออกขวาเพื่อกลับรถหน้าทิสโก้ ซึ่งก็ไม่เสียเวลามากนักจนไปรอหน้าไฟแดงคันแรกโดยมีมอไซต์อยู่ขวามือ มันก็แปลกนะที่ตามปกติเวลากลับรถ มอไซต์ชอบอยู่ทางซ้ายรถเก๋งมากกว่าทางขวา แต่วันนี้ มอไซต์อยู่ขวารถของผมหมด
พอเปิดสัณญาณไฟเขียวปั๊บ แต่ละคนแต่ละคันก็ซิ่งออกจากจุดเริ่มต้นกันแบบตัวใครตัวมัน .. แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงดังครืด ๆ กระแทกทางซ้ายของผม เอาละสิ โดนเข้าแล้ว .. ดูสิว่าใครหว่า เมื่อกี้ไม่มีรถสักคัน แล้วมันโผล่มาจากไหน !!!!
ผมมองไปข้างหน้า ผมเห็นรถคันหนึ่งท่าทางเสียหลักวิ่งไปมา เออ คันนี้แน่นอน .. ตีไฟเข้าซ้ายเข้าจอดหน้าสถานทูตออสเตรเลีย คุยกันหน่อยสิว่ายังไง ..
ถามไปถามมา เขาบอกว่าซิ่งฝ่าไฟแดงออกมา โอ้ยยยยย ขับรถรมาก็เพิ่งจะโดนเต็มๆ แบบนี้ เอาไงดีล่ะ ไม่เคยด้วย ขอเดินไปดูข้างซ้ายรถของผมนิดหนึ่งก็ไม่เห็นว่ามีอะไร แล้วมันชนตรงไหน ?!?!
คนขับมอไซต์ก็ขอโทษพร้อมกับบอกว่าผมฝ่าไฟแดงออกมาเองแหละ เผอิญเบียดกับวินมอไซต์มา พอดีเขามีแฟนซ้อนท้ายมาด้วยมั่ง ท่าทางจะเจ็บที่ข้อเท้าด้วย (คิดในใจว่าพรุ่งนี้บวมแน่ ๆ ) แต่ตอนนี้ แล้วไงดีล่ะ ยิ่งเป็นคนใจอ่อนง่าย .. ดูรถเราก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก คนของเขาก็เจ็บอยู่นะ คิด ๆๆๆๆๆๆ งั้นก็ให้แล้วต่อกันล่ะกันนะ
จากนั้น ผมขับไปก็คิดว่ายังไม่ได้ด้านหน้านี่นา พอเข้าซอยสวนพลูเลี้ยวซ้ายเข้า ห้าแยก ณ ระนอง ช่วงรอไฟแดงแยกท่าเรือ ผมเลยลงรถไปดูด้านหน้า .. โอ้แม่เจ้า มันเป็นเยอะกว่าที่คิดแล้วนี่นา ... ?!?!?!?
ซวยแล้ว อุตส่าห์คิดว่ามันไม่มีอะไร โดนเยอะเหมือนกัน แต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยแล้วล่ะ แบบนี้ เซ็งจริง ๆ
พอกลับถึงบ้าน ผมก็จัดการกับรอยข่วนออกให้เยอะที่สุดด้วยน้ำยาเอนกประสงค์ที่เคยใช้ ก็ทำให้ดูโอเคหน่อย ตามภาพที่เห็นข้างล่างครับ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายก่อนลบรอยออกไป เพราะมัวแต่เจ็บใจที่ไม่น่าใจง่ายแบบนั้นเลย !!!
พอเปิดสัณญาณไฟเขียวปั๊บ แต่ละคนแต่ละคันก็ซิ่งออกจากจุดเริ่มต้นกันแบบตัวใครตัวมัน .. แต่แล้วผมก็ได้ยินเสียงดังครืด ๆ กระแทกทางซ้ายของผม เอาละสิ โดนเข้าแล้ว .. ดูสิว่าใครหว่า เมื่อกี้ไม่มีรถสักคัน แล้วมันโผล่มาจากไหน !!!!
ผมมองไปข้างหน้า ผมเห็นรถคันหนึ่งท่าทางเสียหลักวิ่งไปมา เออ คันนี้แน่นอน .. ตีไฟเข้าซ้ายเข้าจอดหน้าสถานทูตออสเตรเลีย คุยกันหน่อยสิว่ายังไง ..
ถามไปถามมา เขาบอกว่าซิ่งฝ่าไฟแดงออกมา โอ้ยยยยย ขับรถรมาก็เพิ่งจะโดนเต็มๆ แบบนี้ เอาไงดีล่ะ ไม่เคยด้วย ขอเดินไปดูข้างซ้ายรถของผมนิดหนึ่งก็ไม่เห็นว่ามีอะไร แล้วมันชนตรงไหน ?!?!
คนขับมอไซต์ก็ขอโทษพร้อมกับบอกว่าผมฝ่าไฟแดงออกมาเองแหละ เผอิญเบียดกับวินมอไซต์มา พอดีเขามีแฟนซ้อนท้ายมาด้วยมั่ง ท่าทางจะเจ็บที่ข้อเท้าด้วย (คิดในใจว่าพรุ่งนี้บวมแน่ ๆ ) แต่ตอนนี้ แล้วไงดีล่ะ ยิ่งเป็นคนใจอ่อนง่าย .. ดูรถเราก็ไม่น่าจะมีอะไรมาก คนของเขาก็เจ็บอยู่นะ คิด ๆๆๆๆๆๆ งั้นก็ให้แล้วต่อกันล่ะกันนะ
จากนั้น ผมขับไปก็คิดว่ายังไม่ได้ด้านหน้านี่นา พอเข้าซอยสวนพลูเลี้ยวซ้ายเข้า ห้าแยก ณ ระนอง ช่วงรอไฟแดงแยกท่าเรือ ผมเลยลงรถไปดูด้านหน้า .. โอ้แม่เจ้า มันเป็นเยอะกว่าที่คิดแล้วนี่นา ... ?!?!?!?
ซวยแล้ว อุตส่าห์คิดว่ามันไม่มีอะไร โดนเยอะเหมือนกัน แต่ก็ต้องปล่อยเลยตามเลยแล้วล่ะ แบบนี้ เซ็งจริง ๆ
พอกลับถึงบ้าน ผมก็จัดการกับรอยข่วนออกให้เยอะที่สุดด้วยน้ำยาเอนกประสงค์ที่เคยใช้ ก็ทำให้ดูโอเคหน่อย ตามภาพที่เห็นข้างล่างครับ เสียดายที่ไม่ได้ถ่ายก่อนลบรอยออกไป เพราะมัวแต่เจ็บใจที่ไม่น่าใจง่ายแบบนั้นเลย !!!
วันเสาร์ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2552
จะไปแอ่วเหนือ
หลังจากที่วางแปลนกันจะไปแอ่วเหนือ ตอนสิ้นปีมาหลายเดือนแล้ว วันที่เราจะไปเที่ยวก็มาถึง .. ผมลาพักร้อนอาทิตย์หนึ่ง เพราะผมมีวันหยุดเหลือเยอะเลยต้องใช้ให้คุ้มละครับ ถ้าลาแค่ 1-2 วันแล้วอยู่กรุงเทพเหมือนเดิมก็ไม่มีประโยชน์ จุดหมายของทริปนี้อยู่ที่ปาย แม่ฮ่องสอนครับ :)
ผมออกเดินทางกันตอน 9 โมงของวันที่ 5 ธค. ซึ่งตามปกติผมจะชอบออกตอนเช้าตรู่ คือประมาณตี 4-5 กว่าๆ เพื่อจะได้ออกจากรุงเทพแต่เช้า รถจะได้ไม่เยอะ แต่เพราะคราวนี้มีเด็ก ๆ ไปด้วย ก็เลยต้องรอให้เขาตื่นกันก่อน
ผมออกเดินทางกันตอน 9 โมงของวันที่ 5 ธค. ซึ่งตามปกติผมจะชอบออกตอนเช้าตรู่ คือประมาณตี 4-5 กว่าๆ เพื่อจะได้ออกจากรุงเทพแต่เช้า รถจะได้ไม่เยอะ แต่เพราะคราวนี้มีเด็ก ๆ ไปด้วย ก็เลยต้องรอให้เขาตื่นกันก่อน
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
Wikipedia
ผลการค้นหา